เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Unfriended (2015) อันเฟรนด์
ชื่ออังกฤษ: Unfriended
ชื่อไทย: อันเฟรนด์
ปีที่ออกฉาย: 2015
เรื่องราวสุดสะพรึงที่เกิดขึ้นหน้าสกรีนคอมพิวเตอร์ ระหว่างที่กลุ่มวัยรุ่นสไกป์กันอยู่ ทันใดนั้น ก็มีบุคคลลึกลับปรากฏขึ้นมาในแชทกลุ่มโดยมีเป้าหมายคือตามมาล้างแค้นคนปล่อยคลิปวิดีโอของลอร่า บาร์น นักเรียนไฮสคูลที่ฆ่าตัวตายเพราะอับอายจากคลิปหลุดเมื่อปีก่อน จากนั้น จึงเริ่มเล่นงานพวกเขาทีละคน พิสูจน์ความหลอนครั้งใหม่ ผลจากจากผู้สร้างอย่าง ทิเมอร์ เบ็กแมมบีทอฟ (จาก Wanted, Abraham Lincoln: Vampire Hunter) และ เจสัน บลัม (จาก Ouija และ The Purge) กำกับการแสดงโดย เลวาน กาเบรียดเซ โดยมีทีมนักแสดง อาทิ เชลลี เฮนนิก, โมเสส จาคอบ สตอร์ม, เรเน โอลสเตด, วิลล์ เพลท์ซ, จาค็อบ ไวโซสกี, คอร์ทนีย์ ฮัลเวอร์ซัน และ เฮทเธอร์ ซอสซาแมน ภาพยนตร์เข้าฉายเมืองไทย 21 พฤษภาคม นี้
ภาพยนตร์ว่าด้วยวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่ใช้การสนทนาออนไลน์เป็นพื้นที่ปลอดภัย กระทั่งมีบุคคลลึกลับเริ่มรุกเข้ามาในห้องแชต เผยหลักฐานและเรื่องราวที่ควรถูกซ่อนไว้ ความกดดันค่อยๆ ก่อตัวเมื่อแต่ละคนเริ่มตระหนักว่า “การพิมพ์” อาจย้อนกลับมาทำร้ายพวกเขาเอง แม้ยังพูดกันอยู่ในกรอบเดิม แต่บรรยากาศกลับคมขึ้นเรื่อยๆ จนความจริงเริ่มมีน้ำหนักเกินกว่าจะหลบหนี
เรื่องราวเริ่มต้นจากการหายไปของใครบางคนที่ทำให้คนในห้องต้องเผชิญหน้ากับความสัมพันธ์ที่บิดเบี้ยว ระหว่างที่พยายามชี้แจงหรือหาทางควบคุมสถานการณ์ การแจ้งเตือนและข้อความจากภายนอกกลับเข้ามาทีละชั้น เหมือนมีใครกำลังค่อยๆ เปิดแฟ้มข้อมูล แล้วโยนคำถามกลับไปพร้อมหลักฐานที่ทำให้ทุกคนเงียบลงทีละคน ภายในแชตเดียวกัน การสื่อสารที่เคยเป็นเรื่องเล่นกลายเป็นสนามไต่สวน ทุกบรรทัดที่พิมพ์มีผล ทั้งต่อภาพลักษณ์ ต่อความไว้ใจ และต่อความปลอดภัยของตนเอง ขณะที่ความเชื่อใจเริ่มแตกร้าว พวกเขาต้องตัดสินใจว่าจะเปิดเผยความจริงมากแค่ไหน และจะหนีจากสิ่งที่กำลังถูกบังคับให้เห็นได้อย่างไร
ความตึงเครียดถูกขับด้วยจังหวะ “การโต้ตอบ” ทำให้คนดูเหมือนอยู่ในห้องแชตเดียวกัน ขณะเดียวกันหนังเล่นกับแนวคิดความรับผิดชอบในโลกออนไลน์ โดยให้เรื่องเล็กๆ อย่างคำพูดและการกลั่นแกล้งสะสมจนกลายเป็นผลลัพธ์ที่เจ็บลึก นอกจากนี้การคุมรายละเอียดของหลักฐานที่ถูกดึงขึ้นมาอย่างต่อเนื่องทำให้ความอยากรู้ไม่ลดลงแม้สถานการณ์จะย่ำแย่ลง
Unfriended (2015) อันเฟรนด์ ทำงานได้ดีในฐานะภาพยนตร์ที่ใช้พื้นที่การสนทนาเป็นสนามระทึก โดยไม่ได้พึ่งความหวือหวาเพื่อสร้างความสะพรึง แต่ใช้การเปิดโปงและความไม่แน่ใจเป็นตัวเร่ง หนังชวนคิดเรื่องผลกระทบของการกลั่นแกล้งและการตัดสินคนจากสิ่งที่โพสต์หรือส่งต่อ อย่างไรก็ตามความเข้มข้นจะผูกกับการติดตามการสื่อสารเป็นหลัก คนดูที่ไม่ชอบสไตล์เล่าเรื่องแบบโฟกัสบทสนทนาอาจต้องใช้ความตั้งใจเพิ่ม




