เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Triad (2012) เกิดทั้งที ขอเป็นเจ้าพ่อ
ชื่ออังกฤษ: Triad
ชื่อไทย: เกิดทั้งที ขอเป็นเจ้าพ่อ
ปีที่ออกฉาย: 2012
90 s เป็นวันที่งดงามสำหรับ “Triad” ของฮ่องกงการเรี่ยไรเงินใต้ดินที่ยืนอยู่เบื้องหน้าของเวลาซึ่งมีต้นกำเนิดมาจากส่วนหนึ่งของเส้าหลินที่บวชที่พยายามเป็นประกันจากการโค่นล้มองค์กรในช่วงเปลี่ยนศตวรรษ กองกำลังเหล่านี้ควบคุมฮ่องกงในช่วงเวลาที่น่าประทับใจผ่านการควบคุมการค้าประเวณีการค้าขายอย่างเงียบ ๆ และการพนันที่ผิดกฎหมาย มันเป็นช่วงยุค 90 เมื่อวิถีชีวิตของพวกเขาตกอยู่ในความเสี่ยงขณะที่การส่งมอบฮ่องกงไปยังประเทศจีนใกล้เข้ามา “เกิดทั้งที ขอเป็นเจ้าพ่อ” นี่คือเรื่องราวที่พึ่งพาเหตุการณ์ที่รับรองได้ของสารส้มของโรงเรียนที่เลือกพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อโชคชะตาที่เป็นไปได้ เพื่อผลักดันทีม Triads ผ่านกิจกรรมพิเศษในช่วงยุค 90 เข้าสู่สหัสวรรษใหม่ 3 เพื่อนรักที่เข้าร่วมฮ่องกง Triads เพียงเพื่อพบว่าการอนุมัติและโชคลาภจะทำลายพวกเขาในที่สุดเพราะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถกลายเป็นผู้บุกเบิกการชุมนุม
เมื่อความสัมพันธ์ของคนในวงการเริ่มสั่นคลอน อำนาจที่เคยมั่นคงก็เริ่มมีรอยร้าว ศึกชิงพื้นที่และผลประโยชน์ทำให้คนจำนวนมากต้องตัดสินใจบนเส้นบางๆ ระหว่างความภักดีและการเอาตัวรอด ท่ามกลางคำสัญญาและเงื่อนไขที่ดูเหมือนชัดเจน แต่กลับพาไปสู่ความเข้าใจผิดที่ยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ
เรื่องเดินด้วยจังหวะที่คมและหนักแน่น ตัวละครหลักพยายามรักษาตำแหน่งของตนท่ามกลางแรงกดดันจากหลายทิศทาง ทั้งฝั่งที่ต้องการดันตัวเองขึ้นไปแทน และฝั่งที่ไม่ยอมเสียอิทธิพลให้ใครง่ายๆ ขณะที่การเจรจาในฉากมืดเริ่มเปิดเผยเงื่อนไขที่ไม่เคยถูกพูดตรงๆ ความสัมพันธ์ในกลุ่มเดียวกันกลับกลายเป็นเกมต่อรองมากกว่า “การร่วมมือ” เบื้องหลังเหตุการณ์ที่เหมือนเป็นเรื่องธุรกิจ กลับมีร่องรอยของการสั่งสมอดีตและความแค้นเก่าที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือ ส่วนใครที่คิดว่าคุมสถานการณ์ได้ ก็ต้องเจอกับสิ่งที่เปลี่ยนกติกาโดยไม่เตือนล่วงหน้า
เสน่ห์ของ Triad (2012) เกิดทั้งที ขอเป็นเจ้าพ่อ อยู่ที่ความตึงของเกมอำนาจที่ไม่ปล่อยให้คนดูวางใจง่ายๆ บทสนทนาชวนให้จับพิรุธ เพราะคำพูดมักทำหน้าที่เป็นทั้งมีดและโล่ ขณะเดียวกันการจัดวางแรงจูงใจของตัวละครทำให้ศึกใหญ่ดูเหมือนเกิดจากความจำเป็นของ “คน” มากกว่าความบังเอิญ และทุกฉากมีความรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังคุมหมากอยู่หลังม่าน
Triad (2012) เกิดทั้งที ขอเป็นเจ้าพ่อ เป็นหนังสายอำนาจที่ให้ความสำคัญกับเกมต่อรองและแรงกดดันภายในมากกว่าการเฉลยแบบตรงไปตรงมา จุดแข็งคือการทำให้ความขัดแย้งดูเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่ผูกกับความสัมพันธ์จริง ทำให้ผู้ชมคอยเดาตลอดว่าท้ายที่สุดใครกำลังยืนอยู่ฝ่ายไหน ข้อสังเกตคือบรรยากาศระแวงจัดอาจทำให้บางคนรู้สึกว่าต้องตั้งใจติดตามพอสมควร แต่ถ้าชอบหนังที่อ่านชั้นเชิงจากคำพูดและท่าที เรื่องนี้จะพาไหลไปตามจังหวะได้ดี




