เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Transporter : The Series คนระห่ำเหยียบทะลุนรก
ชื่ออังกฤษ: Transporter : The Series
ชื่อไทย: คนระห่ำเหยียบทะลุนรก
ปีที่ออกฉาย: 2012
หลังจากภาพการเคลื่อนไหว “Transporter : The Series” ทั้งสามส่วนมีประสิทธิผลที่ไม่ธรรมดา โดยตรงได้รับการติดตั้งเป็นหลักสูตรปฏิบัติการตรงไปยังจุดที่มาร์ติน (คริสแวนซ์) ผู้มีความสามารถในการเคลื่อนไหวโดยไม่จำเป็นต้องบอกลูกค้าว่าการเคลื่อนไหวคืออะไร ด้วยความสามารถที่ห้าวหาญและกระบวนรบที่ไม่อาจบรรยาย ด้วยวิธีนี้ไม่ว่าจะมีสิ่งกีดขวางหรือใครก็ตามที่เชื่อว่าต้องการของจากมือเขา ต้องคิดว่าลำบากตั้งแต่เมื่อใดที่ “คนระห่ำเหยียบทะลุนรก” ได้รับสิ่งของเขาจะจัดการกับทุกคนเพื่อนำสินค้าไปส่งที่ปลายทาง Frank Martin กลับมาในฐานะ Transporter พร้อมกับภารกิจที่ชัดเจนอย่างโดดเด่นเพียงอย่างเดียวนั่นคือเพื่อสื่อสารกลุ่มกับโอกาสทั้งหมด ไม่ว่าในกรณีใดสิ่งที่ฟังดูเป็นพื้นฐานก็แทบจะไม่มี เข้าร่วมโดยกลุ่มคนที่ไม่ได้ใช้สองคนคือ Caterina Boldieu อดีตผู้ดูแลระบบ DGSE และในช่วงเวลาสั้น ๆ ต่อมาในการดำเนินการ Jules Faroux คอมพิวเตอร์และเครื่องจักรกลหวือตรงไปยังจุดที่ถูกหดตัวเพื่อถ่ายทอด
เรื่องเริ่มจาก “คนส่งของ” ที่เชื่อในระเบียบและหน้าที่ แต่เมื่อการรับงานครั้งใหม่พาเขาเข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายคนมีอิทธิพล เขากลับกลายเป็นตัวหมากที่ถูกบังคับให้ทำตามแผนร้าย ความเร็ว ความเสี่ยง และการตัดสินใจแบบเฉือนเวลา กลายเป็นสิ่งเดียวที่ช่วยให้เขายังเดินหน้ารอดและหาทางกลับมาคุมเกมได้
“Transporter : The Series คนระห่ำเหยียบทะลุนรก” ติดเครื่องความตึงเครียดตั้งแต่ต้น เมื่อภารกิจขนส่งที่ดูเหมือนเป็นงานธรรมดาเริ่มมีเงื่อนไขแปลกปลอมและข้อมูลที่ไม่ตรงกัน คนขับที่ชำนาญทั้งเส้นทางและการอ่านสถานการณ์ต้องรับมือทั้งคู่ต่อสู้ที่มาจากหลายทิศทางและคนที่อยู่ใกล้เกินกว่าจะไว้ใจ ขณะความเร็วพาเขาวิ่งทะลุสถานการณ์ที่ไม่ปล่อยให้พัก เขายิ่งพบว่าทุกขั้นตอนถูกวางไว้เพื่อทดสอบความอดทนและศีลธรรมของตัวเอง
ระหว่างการไล่ล่ากับการแอบสลับเป้าหมาย เขาต้องเลือกว่าจะทำตามคำสั่งเพื่อเอาตัวรอด หรือฝืนกระแสเพื่อหยุดวงจรอันตรายที่กำลังขยายตัว ความสัมพันธ์กับคนในข้างทางยังคงเป็นปริศนา บางครั้งความช่วยเหลือก็ดูเหมือนการล่อให้หลงทาง และทุกครั้งที่เขาคิดว่าคุมสถานการณ์ได้ เกมก็เปลี่ยนกติกาอีกครั้ง
จุดเด่นอยู่ที่จังหวะแอ็กชันแบบ “เฉือนเวลาต่อวินาที” ตัวเรื่องคุมความกดดันด้วยการไล่ล่าและการหักมุมเชิงสถานการณ์มากกว่าการอธิบายยืดเยื้อ รวมถึงการสร้างความไม่ไว้ใจในตัวละคร ทำให้ภารกิจทุกครั้งรู้สึกเหมือนกำลังเดินอยู่บนเส้นบางๆ ที่อาจขาดได้ทุกเมื่อ
หากคุณชอบหนังซีรีส์แนวแอ็กชันที่เดินเกมไว เรื่องนี้ตอบโจทย์ด้วยความรู้สึก “ไล่ล่าไม่หยุด” และโทนการคุมสถานการณ์ที่ทำให้ผู้ชมต้องตามความหมายของเบาะแสไปพร้อมกัน อย่างไรก็ตามแก่นของความสนุกมาจากความเร็วและการขับเคลื่อนด้วยเกมอำนาจมากกว่าการปูความสัมพันธ์อย่างละเอียด ดังนั้นคนที่คาดหวังดราม่าลึกๆ อาจต้องปรับความคาดหวังเล็กน้อย



Transporter The series 1 EP.1




