เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The World’s End (2013) ก๊วนรั่วกู้โลก
ชื่ออังกฤษ: The World’s End
ชื่อไทย: ก๊วนรั่วกู้โลก
ปีที่ออกฉาย: 2013
เรื่องราวของกลุ่มเพื่อนที่รู้จักกันมานมนาน เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 20 ปี พวกเขาก็ได้กลับพบกันอีกครั้งหนึ่ง เมื่อปฏิบัติภารกิจตระเวนเมาในทุกผับในเมือง จนกว่าจะถึงผับสุดท้ายที่ชื่อ “ก๊วนรั่วกู้โลก” แต่พวกเขากลับจ้องเจอเรื่องเหลือเชื่อต่างๆ มากมาย 20 ปีหลังจากความพยายามที่ผับคลานมหากาพย์ห้าเพื่อนในวัยเด็กรวมตัวกันเมื่อหนึ่งของพวกเขาจะกลายเป็นนรกพยายามวิ่งมาราธอนดื่มอีกครั้ง พวกเขามีความเชื่อว่าจะเวทีอีกครั้งโดยคู่แกรี่คิง, 40 ปีชายชราคนหนึ่งที่ติดอยู่ที่ปลายบุหรี่ของวัยรุ่นที่ไม่เต็มใจลากเพื่อนของเขาไปยังเมืองบ้านของพวกเขาอีกครั้งและพยายามที่จะเข้าถึงตัวตนผับ, ปลายสุดของโลกของเขา ขณะที่พวกเขาพยายามที่จะตกลงกันได้ในอดีต “The World’s End ” และปัจจุบันพวกเขาตระหนักถึงการต่อสู้ที่แท้จริงคือสำหรับอนาคตของพวกเขาไม่เพียง แต่ของมนุษยชาติ ถึงปลายสุดของโลกเป็นอย่างน้อยจากความกังวลของพวกเขาแกรี่ คิง (ไซมอน Pegg )ประสมแอลกอฮอล์ช่วยแก้ปัญหาในการติดตามเพื่อนของเขาที่ทำให้เหินห่างและดำเนินการMileโกลเด้น ผับคลานน่าอับอายครอบคลุม 12 ผับในบ้านเกิดของพวกเขาจากนิวตันเฮเวนกลุ่มพยายามรวบรวมข้อมูลที่เป็น วัยรุ่นกว่า 20 ปี ก่อนหน้านี้แต่ไม่ถึงผับสุดท้ายปลายสุดของโลก
หลังจากแผนดื่มครั้งใหญ่ค้างคาเพราะความผิดพลาดในอดีต กลุ่มเพื่อนที่พยายาม “แก้เกม” ด้วยการเดินทางตามรอยทริปเก่า กลับพบว่าระหว่างทางโลกกำลังเปลี่ยนไปอย่างเงียบงัน ความคุ้นเคยค่อยๆ หลุดมือ ทั้งตัวตนของพวกเขาและเหตุผลที่ต้องออกเดินทางเริ่มถูกทดสอบด้วยสิ่งที่มองไม่เห็นชัดๆ
เรื่องราวพาเราไล่ตามแก๊งเพื่อนที่กลับมารวมตัวกันอีกครั้งเพื่อทวงคำมั่นเดิม พวกเขาเชื่อว่าการเดินทางตามเส้นทางเดิมจะทำให้ทุกอย่าง “กลับมาเหมือนเดิม” ได้ แต่เมื่อเมืองที่ผ่านพ้นเริ่มดูคล้ายซ้ำๆ ความตลกขำๆ ก็ถูกแทนที่ด้วยความอึดอัด ทุกคนเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติในจังหวะชีวิต ผู้คนที่ควรจะเป็นตัวของตัวเองกลับตอบสนองอย่างแปลกประหลาด ขณะเดียวกันความขัดแย้งในกลุ่มก็ปะทุ เพราะอดีตไม่ได้อยู่ไกลอย่างที่คิด ยิ่งพยายามทำภารกิจตามลำดับ พวกเขายิ่งต้องเผชิญกับคำถามใหญ่—การหนีอดีตหรือการรักษาความสัมพันธ์กันแน่ที่พาให้เดินต่อไป
หัวใจของ The World’s End (2013) ก๊วนรั่วกู้โลก คือการสลับจังหวะจากความคุ้นเคยแบบเพื่อนฝูงไปสู่ความกดดันของความไม่ปกติได้อย่างแนบเนียน บรรยากาศเมืองที่เหมือนเดิมแต่ไม่ใช่เดิม ทำให้คนดูค่อยๆ รู้สึกได้เองว่ามีบางอย่างกำลัง “กลืน” ทุกอย่าง นอกจากนี้ปมของการกลับไปหาคำตอบจากอดีตถูกวางให้ชนกับความสัมพันธ์ในกลุ่มอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ใช่แค่เกมเอาชีวิตรอด
The World’s End (2013) ก๊วนรั่วกู้โลก ทำงานได้ดีเมื่อปล่อยให้ความสนุกและความตึงค่อยๆ เปลี่ยนบทบาทกันเอง ความน่าติดตามไม่ได้มาจากการเฉลยเร็ว แต่จากการที่เมืองและความสัมพันธ์ค่อยๆ สั่นคลอนจนคนดูลุ้นไปกับการรักษาหัวใจของกลุ่มเอาไว้ โดยรวมเป็นหนังที่เหมาะกับคนชอบโทนกวนๆ แต่มีความหมายเรื่องการยอมรับอดีตและการเติบโตไปพร้อมกัน แม้จังหวะบางช่วงจะหนักอารมณ์สำหรับผู้ที่คาดหวังความบันเทิงล้วน




