เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Spirit of Ramayana (2019) บุษบา
ชื่ออังกฤษ: The Spirit of Ramayana
ชื่อไทย: บุษบา
ปีที่ออกฉาย: 2019
“มินตรา” หรือ “มิ้นต์” (กรีน – อัศพรศิริวัฒน์ธนกุล) ศิลปินวัยโมเดิร์นวัย 27 ปีผู้ใฝ่ฝันที่จะใฝ่ฝันอยากจะเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในระดับสากล “The Spirit of Ramayana” เธอเข้าใกล้มากขึ้นเพื่อลองการประหารชีวิตขนาดใหญ่เป็นการประหารชีวิตรามายณะที่ผสมผสานการเคลื่อนไหวของไทยและการเคลื่อนไหวในปัจจุบันเข้าด้วยกัน ซึ่งเธอจะต้องพยายามในส่วนของ “นางสีดา” มิ้นท์เป็นส่วนหนึ่งของความไว้วางใจในส่วนนี้ “บุษบา” การปรากฏตัวนี้จัดโดย บริษัท ผู้จัดงานที่ใหญ่ที่สุดของประเทศซึ่งเจ้าของคือ “Tos” (Jeffrey Benjakul) ชายร่างมหึมาหน้าตาดีร่ำรวยและมีผล Tos พบมิ้นท์วันที่เธอเข้าสตูดิโอเพื่อเข้าฉายภาพยนตร์ Tos ชอบมิ้นท์ตั้งแต่ครั้งแรกที่เขาพบ แต่ติดอยู่ที่เขา ณ ตอนนี้รวมถึงคู่สมรส บุคคลที่ได้รับแรงบันดาลใจกลายเป็น “ราศีเมษ” (ยงร็อกเกอร์) ผู้บริหารของการประหารชีวิตครั้งนี้ ราศีเมษถูกซื้อมาจากอเมริกาเพื่อต้องการการดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเป็นชายหนุ่มที่มีเสน่ห์ในอนาคตอันไกล แต่ยังมีเอกลักษณ์ที่น่าประหลาดใจ จิตใจของหญิงสาวกำลังนับ M
เมื่อบุษบาเริ่มได้ยินคำทำนายที่ดูไม่เข้ากับชีวิตประจำวัน เธอจึงค่อยๆ ถูกดึงเข้าสู่เรื่องเล่าผสมความเชื่อ อำนาจ และความทรงจำที่ไม่ใช่แค่เรื่องเล่าอีกต่อไป ภายใต้สัญญาณและเงื่อนงำที่มากขึ้นเรื่อยๆ บุษบาต้องตัดสินใจว่าจะเชื่อสิ่งใด และจะยืนหยัดกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นอย่างไร
บุษบาใช้ชีวิตด้วยความพยายามจะไม่คิดมากกับสิ่งที่ฟังดูเหมือนข่าวลือ แต่เมื่อเหตุการณ์รอบตัวค่อยๆ เชื่อมโยงกับเรื่องราวในตำนานรามายณะ เธอเริ่มเห็นร่องรอยของ “ความหมาย” ซ่อนอยู่ในความเงียบ เมืองที่เธออยู่จึงไม่เหมือนเดิม ผู้คนรอบข้างตอบคำถามด้วยท่าทีที่หลบเลี่ยง ขณะเดียวกันก็มีใครบางคนพยายามกำหนดทิศทางของเธอให้เดินตามแผนที่มองไม่เห็น
ยิ่งเข้าใกล้คำตอบ บุษบาก็ยิ่งต้องรับมือกับความขัดแย้งในใจระหว่างความเชื่อกับความกลัว เธอพยายามเชื่อมภาพที่กระจัดกระจายให้เป็นเหตุผลเดียวกัน แต่ทุกครั้งที่เธอคิดว่าตามทัน เงื่อนงำใหม่ก็ทำให้เส้นเรื่องซับซ้อนขึ้น ทั้งเรื่องของชะตาที่ถูกจารึกไว้ และเสรีภาพที่มนุษย์ยังพอจะเลือกได้
ตลอดทาง บุษบาไม่ได้เดินลุยด้วยความมั่นใจตลอดเวลา เธอสั่นไหว สงสัย และตั้งคำถามกับตัวเองอยู่เสมอ กระนั้นความอยากรู้และความรับผิดชอบต่อสิ่งที่กำลังคืบคลานเข้ามา กลายเป็นแรงผลักให้เธอก้าวผ่านทั้งคำเตือนและความเงียบที่ตั้งใจซ่อนความจริง
หนังพาไปกับบรรยากาศของคำทำนายและเงื่อนงำที่เชื่อมรามายณะเข้ากับชีวิตร่วมสมัยได้แบบไม่ยัดเยียด ทำให้ความสงสัยค่อยๆ ก่อตัวอย่างเป็นธรรมชาติ จุดเด่นอีกอย่างคือการนำ “ความเชื่อ” มาเป็นแรงผลักทางอารมณ์ ไม่ใช่แค่ฉากประกอบ ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างบุษบากับผู้คนรอบตัวสร้างแรงตึงได้ดี เพราะบางอย่างเหมือนช่วย แต่ก็เหมือนกำลังควบคุม
The Spirit of Ramayana (2019) บุษบา ทำงานได้ดีในชั้นของบรรยากาศและการวางเงื่อนงำ ความลึกลับค่อยๆ ขยายพื้นที่ให้ผู้ชมอยากรู้ว่าคำทำนายกำลังสื่อถึงอะไร และใครกันที่มีส่วนกำหนดเส้นทางของเธอ แม้บางช่วงจะพึ่งพาภาษาความเชื่อและภาพเชิงสัญลักษณ์มากพอสมควร ทำให้คนที่ชอบคำอธิบายตรงๆ อาจต้องใช้เวลา แต่สำหรับผู้ที่อินกับเรื่องเล่าผสมความจริงและอารมณ์ของตัวเอก หนังก็ให้ความรู้สึกเป็นการไล่ตามคำถามที่มีน้ำหนักไปตลอด




