เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Tale of Tales (2015) ตำนานนิทานทมิฬ
ชื่ออังกฤษ: Tale of Tales
ชื่อไทย: ตำนานนิทานทมิฬ
ปีที่ออกฉาย: 2015
หยิบยกเอานิทานพื้นบ้าน 3 เรื่องจากหนังสือ Pentamerone (นิทานห้าวัน) วรรณกรรมโบราณโดย ในศตวรรษที่ 17 มาดัดแปลง ที่แฝงไปด้วยความโหดร้าย และเนื้อหาหมิ่นเหม่ศีลธรรม ซึ่งตัวหนังสือเล่มนี้ก็เปรียบเสมือนต้นธารให้กับเทพนิยายยุโรปมากมายหลายเรื่อง รวมไปถึงนิทานกริมส์ ความน่าสนใจของภาพยนตร์เรื่องนี้ ผู้กำกับ Matteo Garrone เลือกที่จะเล่านิทานทั้ง 3 เรื่อง พร้อมกัน แทนที่จะแยกย่อยให้จบในตอนของใครของมัน ทั้งนี้เพื่อให้คนดูได้สัมผัสถึงมนตร์เสน่ห์แห่งอภินิหารที่เรียงร้อยเข้าด้วยกัน เห็นภาพรวมของค่านิยมที่แฝงในนิทานพื้นบ้านโบราณ รวมถึงแก่นสาส์นของเรื่องทั้ง 3 ที่คัดสรรมา ซึ่งต่างเกาะเกี่ยวกันภายใต้คำว่า “ลุ่มหลง” ทั้งลุ่มหลงรูปกาย กิเลส สังขาร แน่นอนว่าภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ใช่นิทานพาฝันที่เหมาะกับเด็ก เพราะมันอุดมไปด้วยเลือด เซ็กซ์ ความรุนแรง ที่อาจเป็นสิ่งสามัญที่ใช้เล่าขานเมื่อครั้นบรรพกาล หากกลับแสลงแปลกประหลาดแก่เยาวชนปัจจุบัน
เมื่อเรื่องเล่าหลายตำนานถูกนำมาถักทอใหม่ โลกของความกลัวและความปรารถนาก็เริ่มสั่นไหว ทุกคดีเริ่มจาก “เสียงเล่า” ที่เหมือนจะเป็นแค่นิทาน แต่ค่อยๆเผยให้เห็นร่องรอยของสิ่งที่มนุษย์ทำเพื่ออำนาจ ความรัก หรือการเอาตัวรอด ตลอดทาง ภาพรวมไม่ได้พาไปสู่คำตอบเดียว—กลับทำให้คนดูต้องตั้งคำถามว่า นิทานจะปลอบประโลมหรือกำจัดเราให้จมลงกันแน่
เรื่องราวใน Tale of Tales (2015) ตำนานนิทานทมิฬ เปิดทางด้วยบรรยากาศของนิทานที่เล่าซ้ำ แต่ละบทเหมือนหยิบแรงสะท้อนจากความเชื่อพื้นบ้านขึ้นมาวางบนความจริงของใจคน ตัวละครต้องเผชิญความต้องการที่ยิ่งใหญ่กว่าสติ และเมื่อพวกเขาเลือกจะเดินตามทางนั้น ความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และศีลธรรมก็เริ่มแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย บางช่วงเป็นการเฝ้ามองอย่างเงียบงัน บางช่วงเป็นแรงปะทะของอารมณ์ที่พุ่งเข้ามาเร็ว ก่อนที่เรื่องจะพาเหตุผลให้ย้อนกลับไปหาความหมายของคำที่เคยได้ยินตั้งแต่เด็ก นิทานไม่ได้แค่เกิดขึ้น “ข้างนอก”—แต่มันเหมือนมาทำงานในใจ พร้อมทดสอบว่าความกลัวจะกลายเป็นการตัดสินใจ หรือจะพาให้คนหลงทางไปตลอด
จุดเด่นอยู่ที่โครงสร้างนิทานซ้อนหลายชั้น ทำให้ความหมายเปลี่ยนไปตามมุมมองของคนเล่าและคนฟัง ภาษาภาพและจังหวะการเล่าเลือกความรู้สึกมากกว่าคำอธิบายตรงๆ จึงได้บรรยากาศลึกลับที่ชวนค้างคา และธีมเรื่อง “ความปรารถนา” ถูกขุดให้เห็นด้านที่ไม่น่ามองตั้งแต่แรก แต่ยังไม่ทำให้เรื่องกลายเป็นแค่ความมืดทื่อๆ
Tale of Tales (2015) ตำนานนิทานทมิฬ คือหนังที่เล่นกับความคิดของคนดูมากกว่าการเล่าแบบตรงเส้น เรื่องเล่าหลายบททำให้ธีมเดียวกันดูเข้มขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการชนกันของความเชื่อ อำนาจ และความปรารถนา ข้อดีคือภาพรวมมีเอกลักษณ์และอารมณ์ชัด ไม่จำเป็นต้องรู้ที่มาทั้งหมดก็ยังตามได้ แต่อาจต้องใช้เวลาหน่อยสำหรับผู้ที่ชอบความชัดเจนและคำตอบปิดท้ายเร็วๆ




