เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Suicide Me (2003) นายอโศกกับน.ส.เพลินจิต
ชื่ออังกฤษ: Suicide Me
ชื่อไทย: นายอโศกกับน.ส.เพลินจิต
ปีที่ออกฉาย: 2003
เกี้ยง (เติ้ล – ตะวัน จารุจินดา) ชายหนุ่มชนชั้นกลางผู้เบื่อหน่ายกับชีวิต แถมยังพ่ายรักจาก ลิลลี่ นางแบบสาวเกรดบีชนิดบ้อท่า ทำให้ก้านสมองของชายหนุ่มฉุกคิดเพียงสิ่งเดียว คือยุติชีวิตของตัวเองเพื่อประชดรัก โดยศึกษาวิธีตายจากหนังสือ How To Kill Yourself Softly แต่ทำยังไงก็ไม่สำเร็จ จนกระทั่งการปรากฎของสาวอ้อน (แท้จริงแล้วเธอนั้นเป็นเพียงนางฟ้า หรือปีศาจชั่วนิรันดร์ ที่สวรรค์เบื้องบนส่งมาให้เขากันแน่ ?)อ้อน (แน๊ท วรรธนะภัฏ) หญิงสาวพนักงานร้านสะดวกซื้อ น่ารัก ฉลาด จอมวางแผน ชอบอ่านหนังสือ How To Get Rich By Yourself เธอผู้มีปรารถนาอย่างแรงกล้า
นายอโศกกับน.ส.เพลินจิตคือสองคนที่ต่างฝ่ายต่างแบกเหตุผลของตัวเองไว้เต็มอก ความสัมพันธ์ของพวกเขาค่อย ๆ พาเข้าใกล้กัน แต่ยิ่งใกล้ก็ยิ่งเหมือนมีบางอย่างค้างคา—ทั้งความจริงที่ยังไม่ถูกพูด และความรู้สึกที่ไม่ยอมลงเอยง่าย ๆ เมื่ออดีตกับปัจจุบันชนกัน ความสัมพันธ์ที่เคยคิดว่า “ไปต่อได้” กลับกลายเป็นบททดสอบว่าคนเราจะรับผิดชอบกับสิ่งที่ทำไว้ได้แค่ไหน
เรื่องเริ่มจากการที่นายอโศกต้องเผชิญกับสถานการณ์บางอย่างที่ทำให้ความรู้สึกและการตัดสินใจของเขาไม่เหมือนเดิม ความใกล้ชิดกับน.ส.เพลินจิตทำให้ทั้งคู่ได้มองกันอีกมุม—มุมที่สว่างพอจะหวัง แต่ก็สั่นไหวพอให้กลัวว่าเรื่องเดิมจะกลับมาซ้ำรอย ฝั่งน.ส.เพลินจิตเองก็มีเงื่อนไขในใจและบาดแผลที่ไม่ชอบถูกแตะต้อง เธอพยายามรักษาระยะให้สมดุล ขณะเดียวกันก็ต้องเลือกว่าจะ “เชื่อ” มากแค่ไหนเมื่อคำพูดกับการกระทำดูไม่ตรงกัน
เมื่อความสัมพันธ์เดินหน้าไป ความลักลั่นเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็กลายเป็นรอยร้าวที่ขยายใหญ่ขึ้น ทั้งคู่ต้องเผชิญกับทางเลือกที่ไม่ใช่แค่เรื่องรัก แต่เป็นเรื่องศักดิ์ศรี ความไว้ใจ และความรับผิดชอบต่อคนที่อยู่ใกล้ที่สุด ยิ่งพยายามทำให้ทุกอย่างดูเรียบร้อยเท่าไร ความรู้สึกผิดและความคลุมเครือก็ยิ่งชัดขึ้นเท่านั้น
หนังเล่นกับแรงกดดันของ “คำพูดที่ยังไม่พูด” ทำให้ความสัมพันธ์ตึงอยู่ตลอดเวลา บรรยากาศอารมณ์ของเรื่องไม่ได้มาแบบหวานหรือดราม่าตรง ๆ แต่เป็นดราม่าที่ค่อย ๆ สะสมจากความไม่ลงตัวของเหตุผลตัวละคร
Suicide Me (2003) นายอโศกกับน.ส.เพลินจิต เป็นหนังที่ให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ในมุมของ “ความพร้อมจะรับผิดหรือยัง” มากกว่าการเล่าแบบหวือหวา จุดเด่นคือการสร้างความตึงด้วยความคลุมเครือและการตัดสินใจของตัวละครที่ไม่ได้ขาวหรือดำทั้งหมด อย่างไรก็ตามคนที่ชอบความชัดเจนตั้งแต่ต้นอาจต้องทำใจ เพราะบางคำตอบถูกทิ้งไว้ให้ผู้ชมอ่านระหว่างบรรทัด




