Pirates of Silicon Valley (1999) โจรสลัดแห่งหุบเขาซิลิคอน

Pirates of Silicon Valley (1999) โจรสลัดแห่งหุบเขาซิลิคอน
ปีที่ฉาย

เสียง : ไทย

Pirates of Silicon Valley (1999) โจรสลัดแห่งหุบเขาซิลิคอน on IMDb 7.3 HD

เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Pirates of Silicon Valley (1999) โจรสลัดแห่งหุบเขาซิลิคอน

ชื่ออังกฤษ: Pirates of Silicon Valley
ชื่อไทย: โจรสลัดแห่งหุบเขาซิลิคอน
ปีที่ออกฉาย: 1999

ปี 1976 สตีฟ จ๊อบและ สตีฟ วอสเนียค สร้างคอมพิวเตอร์ของตนเองภายใต้ชื่อ Apple ซึ่งใช้โรงรถที่บ้านสตีฟ จ๊อบเป็นฐานปฏิบัติการ  โดยมี ไมค์  มาร์คูล่าร์ นักธุรกิจในกลุ่ม Intel ให้ทุนในการสร้างคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลเป็นจำนวนเงิน 250,000 ดอลล่าร์  ส่วน บิลล์ เกตส์ และ พอล เข้าทำงานที่ Mits ทำหน้าที่พัฒนาโปรแกรมเครื่อง อัลแทร์(Altair) พร้อมทั้งเปิดบริษัทไมโครซอพต์(โดยยังไม่มีออฟฟิตในปี 1975)ปี 1977 สตีฟ จ๊อบ เปิดตัว Apple คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในงาน computer faire Sanfrancisco และได้รับผลตอบรับอย่างล้นหลาม และทำให้บริษัทเติบโตอย่างรวดเร็ว ที่นี่เป็นที่ที่ บิลล์ เกตส์รู้จักตัวจริงของ สตีฟ  จ๊อบ หนุ่มนักประดิษฐ์อารมณ์ศิลป์ผู้ก่อตั้ง Apple และในปีเดียวกัน บิลล์ เกตส์ ก็ได้เปิด Microsoft offices Albuquerque ขึ้นเป็นแห่งแรก (ออฟฟิต)ปี 1980 ในช่วงเวลาที่ Apple กำลังเติบโตเป็นบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 4,000 คน  แต่  Microsoft กลับอยู่กับที่ไม่มีการพัฒนา จนเมื่อบริษัทเข้าตาจน ความคิดแบบมาเฟียที่ว่า“จงใกล้ชิดเพื่อนสนิท แต่ใกล้ชิดศัตรูให้มากกว่า” ของบิลล์ เกตส์ ก็เกิดขึ้น   บิลล์ เกตส์ ตัดสินใจเดินเข้าไปเสนอขายโปรแกรมควบคุมระบบชื่อว่า Dos ที่ทุกคนรู้จักกันดีในปัจจุบันให้กับ IBM ยักษ์ใหญ่ของวงการ IT ไม่น่าเชื่อว่าบิลล์ เกตส์ สามารถขายโปรแกรมนี้ได้ ทั้งที่เขายังไม่รู้ว่าจะสร้างมันออกมาได้ยังไงด้วยซ้ำ แต่เหมือนโชคเข้าข้างเพราะ พอล ชายผู้เก่งด้านการเจรจาซึ่งเป็นหุ้นส่วนของบิล เกตส์ ได้ไปขอซื้อโปรแกรมควบคุมระบบมาจาก Seattle Company Computer ในราคา 50,000 ดอลล่าร์ แล้วนำมันไปให้ IBM จึงทำให้ Microsoft รอด และไม่เพียงแค่นั้น บิล เกตส์ได้กลายเป็นอภิมหาเศรษฐีในชั่วข้ามคืนจากการเสียค่าโง่ของ IBM ในครั้งนี้
สตีฟ จ๊อบ มองคอมพิวเตอร์ว่าเป็นงานศิลปะ ส่วนผู้สร้างก็คือศิลปิน โดยกล่าวอ้างคำพูดของจิตรกรเอกของโลก ปีกัสโซ่ ที่ว่า “ศิลปินที่ดี ลอกเลียน  ศิลปินเอก ขโมย” แล้วเขาก็เริ่มปฏิบัติการการเป็นศิลปินเอกด้วยการขโมยไอเดีย “เม้าส์ และ การแสดงผลภาพกราฟฟิค” ที่วิศวกรในบริษัท XEROX เป็นผู้คิดขึ้น (แต่ฝ่ายบริหารของ XEROX กลับมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ) นำมาสร้างเป็นคอมพิวเตอร์ที่มีชื่อว่า “ลิซ่า” ได้สำเร็จ และจากการเปิดตัวของ “ลิซ่า” ทำให้ บิล เกตส์ ถึงกับดิ้นพล่านอยากจะได้ความสามารถของ “เม้าส์ และ การแสดงผลภาพกราฟฟิค” มาครอบครอง

โจรสลัดแห่งหุบเขาซิลิคอนเล่าเรื่องการแข่งขันที่เริ่มจากไอเดียเล็กๆ ก่อนจะลุกลามเป็นสงครามบริษัท ความทะเยอทะยานทำให้มิตรภาพกลายเป็นหลักฐาน และทุกการตัดสินใจมีต้นทุนทางอารมณ์ตามมา ในท่ามกลางวัฒนธรรมที่เชื่อว่าความเร็วคือความถูกต้อง คนที่คิดจะสร้างอนาคตกลับต้องต่อสู้กับเงื่อนไขของตลาด กฎหมาย และอีโก้ของตัวเอง

เรื่องเริ่มจากกลุ่มคนที่มองโลกด้วยความเชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนทุกอย่าง พวกเขาไล่ตามโอกาสที่เห็นตรงหน้า ทั้งการทุ่มทรัพยากร การชิงจังหวะ และการวางหมากที่ดูเหมือนเป็นเรื่องธุรกิจ แต่กลับพาไปสู่ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคู่แข่งเริ่มตอบโต้ด้วยวิธีที่แรงกว่า ความไว้วางใจก็สลายง่ายกว่าที่คิด

จังหวะการเดินเรื่องสลับระหว่างความฝันกับผลกระทบ ทำให้ผู้ชมเห็นว่าการเติบโตไม่ได้มาอย่างราบเรียบ บางคนยืนหยัดเพื่ออุดมคติ บางคนเลือกปกป้องตำแหน่งของตน และทุกฝ่ายต่างพยายามควบคุมเรื่องเล่าให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง ขณะที่คดีความและการตัดสินใจในห้องประชุมกลายเป็นสนามรบที่ต่อให้ใช้เหตุผลก็ยังเจ็บ

ท่ามกลางแรงกดดัน ความสัมพันธ์ส่วนตัวกลับสะท้อนความสัมพันธ์เชิงอำนาจ การสื่อสารที่เคยตรงไปตรงมากลายเป็นเกมการตีความ และทุกครั้งที่มี “ทางเลือก” ปรากฏขึ้น มันมักมาพร้อมสิ่งที่ต้องแลก—ทั้งชื่อเสียง ความฝัน และความรู้สึกภายใน

จุดเด่นอยู่ที่การจับความทะเยอทะยานให้เป็นรูปธรรมผ่านความสัมพันธ์ มากกว่าจะเล่าแบบวิชาการล้วนๆ หนังทำให้ผู้ชมตามทันแรงจูงใจของแต่ละฝ่าย แม้จะไม่เห็นด้วยก็ยังเข้าใจว่าทำไมพวกเขาถึงเดินมาถึงตรงนี้

อีกอย่างคือจังหวะตัดสลับระหว่างการสร้างโอกาสกับแรงกระแทกจากความขัดแย้ง ทำให้ภาพรวมของหุบเขาไม่ได้มีแค่ความมันส์ แต่มีแรงตึงทางอารมณ์แอบอยู่ตลอด

โจรสลัดแห่งหุบเขาซิลิคอนคือหนังที่พาเข้าไปดูว่าโลกเทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยความเชื่อและความกลัวพร้อมกันอย่างไร จุดแข็งคือการทำให้ความขัดแย้งทางธุรกิจกลายเป็นเรื่องของหัวใจ—ใครยอมแพ้กับอะไร ใครยืนหยัดเพราะอะไร และความทะเยอทะยานทำลายความสัมพันธ์ได้เร็วแค่ไหน

แม้เนื้อหาจะหนาแน่นด้วยความขัดแย้งและการโต้ตอบหลายชั้น แต่หนังยังพยายามรักษาจังหวะให้ผู้ชมติดตามได้ด้วยความเป็นเหตุเป็นผลของแรงจูงใจ ถ้าคุณชอบหนังที่มองเกมอำนาจแบบมีมนุษยธรรม เรื่องนี้จะตอบโจทย์

ข้อมูลเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง

7.3
22152 โหวต, คะแนนเฉลี่ย 7.3 จาก 10
ชื่อหนัง: Pirates of Silicon Valley (1999) โจรสลัดแห่งหุบเขาซิลิคอน รางวัล: Nominated for 5 Primetime Emmys. Another 2 wins & 4 nominations. ประเทศ: USA ความยาว: 95 min เรตอายุผู้ชม: NOT RATED

master888

Texas444

BETSPORT888

ultimate

ดูหนัง เรื่อง Pirates of Silicon Valley (1999) โจรสลัดแห่งหุบเขาซิลิคอน

@buddy99

@buddy99

คุณรู้สึกอย่างไรกับหนังเรื่องนี้?

กดได้ 1 ครั้งต่อเครื่อง

คนดูส่วนใหญ่รู้สึกว่า: ชอบ 100%
Post navigation