เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Special Ops: Lioness Season 1 (2023)
ในยุคโชซอน พระเจ้าควังแฮทรงหวาดระแวงการลอบปลงพระชนม์ จึงสั่งให้ตามหาราชเลขาฯที่มีหน้าตาคล้ายพระองค์เพื่อใช้เป็นตัวแทนยามคับขัน จนได้ฮาซอน ชายสามัญชนที่หน้าตาละม้ายกษัตริย์อย่างไม่น่าเชื่อ เมื่อเหตุร้ายทำให้พระเจ้าหมดสติ ฮาซอนจำต้องสวมบทบาทขึ้นครองบัลลังก์และดูแลบ้านเมืองแทนชั่วคราว เรื่องราวในราชสำนักจึงหมุนทั้งการแย่งชิงอำนาจ ความพยายามเอาตัวรอดของคนที่ไม่เคยเป็นกษัตริย์ และคำถามว่า “ผู้นำ” ที่แท้จริงควรเป็นอย่างไร
พระเจ้าควังแฮปกครองด้วยความระแวง ทำให้ราชสำนักเต็มไปด้วยแรงกดดันและความไม่ไว้ใจ เขาจึงหาทางเผื่อสถานการณ์ร้ายแรงด้วยการเตรียม “ตัวแทน” หน้าตาคล้ายกษัตริย์ ภายใต้ภารกิจนั้น ฮอกยุนพบฮาซอน ชายที่เหมาะจะทำหน้าที่ในวันที่พระองค์ตกอยู่ในอันตราย
เมื่อพิษทำให้พระเจ้าควังแฮหมดสติ ฮาซอนต้องขึ้นครองบัลลังก์ในฐานะกษัตริย์ผู้ไม่ใช่ตัวเขา ชีวิตของฮาซอนจึงเต็มไปด้วยทั้งการเรียนรู้กฎเกณฑ์ของราชสำนัก การคุมเกมกับผู้มีอิทธิพล และการตัดสินใจภายใต้สายตาของคนที่เฝ้ามองหา “ความผิดพลาด” เขาพยายามทำทุกอย่างให้รอด ขณะเดียวกันก็ใช้ความเป็นคนดีและความเข้าใจแบบสามัญชนมาปรับการปกครองที่เคยเคร่งและโหดเหี้ยม
ท่ามกลางช่วงที่ตึงเครียดจากแผนการแย่งชิงอำนาจ เรื่องก็สอดแทรกความตลกจากความพยายามของฮาซอนในการใช้ชีวิตแบบกษัตริย์ จนเกิดการปะทะกันของนิสัย ความเชื่อ และความหมายของการเป็นผู้นำที่มากกว่าคำว่า “อำนาจ”
จุดเด่นอยู่ที่การแสดงของอีบยองฮอนที่สวมบทชายสองคนซึ่งนิสัยต่างกันชัด ทำให้การสลับตัวไม่ใช่แค่กลไก แต่เป็นความต่างทางอารมณ์และวิธีคิด พร้อมทั้งโครงเรื่องการแย่งชิงอำนาจในราชสำนักที่มีทั้งช่วงลุ้นระทึก ฉากตลก และจังหวะที่ชวนให้ซาบซึ้ง
Masquerade เดินเรื่องด้วยความสนุกที่เข้าใจง่าย แต่ไม่ได้ปล่อยให้ทุกอย่างเป็นแค่เรื่องหลอกกันในวัง เพราะมันผูกคำถามเรื่องผู้นำเข้ากับการตัดสินใจของคนที่ไม่เคยเป็นกษัตริย์มาก่อน จังหวะตลกช่วยคลายความตึง ขณะที่ช่วงลุ้นระทึกทำให้เราอยากรู้ว่าคนรอบข้างจะจับพิรุธเมื่อไร เหมาะกับคนที่ชอบหนังย้อนยุคแบบมีชั้นเชิงและอารมณ์พอดีๆ





