เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Rise of the Guardians (2012) ห้าเทพผู้พิทักษ์
ชื่ออังกฤษ: Rise of the Guardians
ชื่อไทย: ห้าเทพผู้พิทักษ์
ปีที่ออกฉาย: 2012
แอนิเมชั่นเรื่องยิ่งใหญ่จากดรีมเวิร์คส เรื่องราวการผจญภัยร่วมกันของ 5 เทพผู้พิทักษ์ที่มีความสามารถพิเศษต่างๆกัน ซานตาครอส, กระต่ายอีสเตอร์, นางฟ้าฟันน้ำนม,มนุษย์น้ำแข็ง,มนุษย์ทราย เหล่าเทพในนิยาย ในความเชื่อ และในความฝันของเด็กๆทั่วโลก ซึ่งต้องมารวมตัวกันเผชิญหน้ากับ “พิช” ผู้ชั่วร้ายที่จะมาทำลายความฝันและจินตนาการของเหล่าเด็กๆและครอบ ครองมนุษยชาติ
ในโลกที่ความหวังของผู้คนผูกกับ “ความฝัน” วันหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรเกิดก็เริ่มคืบคลานเข้ามา นำไปสู่การสั่นคลอนบทบาทของเหล่าผู้พิทักษ์ที่เคยคอยดูแลเด็ก ๆ ให้เชื่อมั่น ทั้งความกลัว ความลังเล และความไม่แน่ใจถูกเขย่าเมื่อมีศัตรูคุกคามศรัทธาอย่างจริงจัง เด็กหนุ่มคนหนึ่งต้องเรียนรู้ว่าการปกป้องไม่ได้อยู่ที่พลังเหนือธรรมชาติเท่านั้น แต่เริ่มจากการเลือกจะเชื่อและส่งต่อความหวังไปข้างหน้า
เรื่องราวเปิดมาด้วยบรรยากาศของโลกที่ความฝันยังไหลเวียน แต่เมื่อเงามืดจากความสิ้นหวังเริ่มแพร่ ทำให้ตัวตนของผู้พิทักษ์ต้องรับมือหนักขึ้น พวกเขาต้องตามหาทางที่ “ความเชื่อ” จะไม่ถูกพรากไป และเพื่อรับมือกับอันตรายที่จับต้องยาก พวกเขาตัดสินใจรวมพลังกันพร้อมแนะแนวให้เด็กคนหนึ่งมองเห็นความหมายของความหวังในแบบที่ไม่เคยได้รับรู้มาก่อน ระหว่างการเดินทาง มีทั้งการทดสอบใจ การปะทะกับความกลัวของตัวเอง และการทำความเข้าใจว่าความเชื่อคือสิ่งที่เปลี่ยนรูปได้ตามความเข้าใจของคนเรา กระทั่งแผนรับมือเริ่มชัดขึ้น เหล่าผู้พิทักษ์ต้องเลือกว่าจะใช้พลังเพื่อเอาชนะ หรือใช้หัวใจเพื่อฟื้นคืนความหวังที่กำลังจะสลายไป
จุดเด่นของเรื่องคือแกนสำคัญที่พูดกับคนดูตรง ๆ ว่า “ความฝัน” และ “ศรัทธา” ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะมันเติบโตจากการตัดสินใจของเด็กและผู้ใหญ่ร่วมกัน ฉากแอ็กชันถูกออกแบบให้มีกลิ่นอายของความมหัศจรรย์ เช่น การเคลื่อนที่ผ่านบรรยากาศฝัน ๆ มากกว่าจะเป็นการชนแบบตรงไปตรงมา ขณะเดียวกันอารมณ์ในเรื่องก็มีจังหวะละมุนพอให้คนดูรู้สึกว่าแม้จะหวาดกลัว ก็ยังมีพื้นที่ให้กลับมาเชื่อได้
Rise of the Guardians (2012) ห้าเทพผู้พิทักษ์ เด่นที่การเล่าเรื่องซึ่งใช้ธีมความเชื่อเป็นเครื่องขับเคลื่อน ทำให้การผจญภัยไม่ใช่แค่ภาพสวยและจังหวะตื่นตาตื่นใจ แต่ยังมีคำถามให้คนดูทบทวนว่าความหวังเริ่มจากไหน แม้โทนโดยรวมจะเป็นแฟนตาซีสำหรับครอบครัว แต่การปะทะกับความกลัวและความสิ้นหวังทำให้เรื่องมีความหนักแน่นพอจะไม่จืดเกินไป เหมาะทั้งการดูสนุกและดูร่วมกันเพื่อคุยต่อหลังจบ




