เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง I Am Not Madame Bovary (2016) อย่าคิดหลอกเจ้
ลึกลงไปในความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนโรแมนติก หญิงสาวคนหนึ่งพยายามหาที่ยืนและความหมายให้ตัวเอง ทว่าความคาดหวังที่เธอแบกไว้กลับพาเธอเข้าใกล้ทางเลือกที่เสี่ยงขึ้นเรื่อยๆ ภาพลวงของคำสัญญาและความจริงที่ค่อยๆ ปรากฏ ทำให้เรื่องราวขยับจากความหวานไปสู่ความกดดันทางใจ และตั้งคำถามว่าเรากำลังรัก หรือกำลังถูกใช้กันแน่
หญิงสาวพยายามสร้างชีวิตที่ “ดีพอ” ด้วยการยึดโยงกับความสัมพันธ์ที่เธอเชื่อว่าเป็นทางออก เมื่อความสัมพันธ์เดินหน้า เธอเริ่มเห็นเงาของการควบคุม คำพูดที่เหมือนห่วงใย แต่กลับวางกรอบความคิดให้เธอ ขณะเดียวกันความทะเยอทะยานเล็กๆ ในใจยังดันให้เธอพยายามทำทุกอย่างให้ความหวังไม่พัง แต่ยิ่งเธอพยายามมากเท่าไร ความไม่มั่นคงก็ยิ่งชัดขึ้น ทั้งจากแรงกดดันในบ้าน ความคาดหวังของคนรอบข้าง และความรู้สึกว่าตัวเองกำลังค่อยๆ สูญเสียเสรีภาพทางอารมณ์ ในระหว่างสับสน เธอต้องตัดสินใจว่าจะยอมตามเกมต่อไป หรือยอมรับความจริงที่อาจทำให้ทุกอย่างพังลงอย่างไม่อาจย้อน
หนังทำงานได้เด่นตรง “ความสัมพันธ์แบบค่อยๆ บีบ” มากกว่าการปะทะตรงๆ การสื่อสารทางอารมณ์มีชั้นเชิง ตั้งแต่ความอ่อนโยนที่ซ่อนเงื่อนไข ไปจนถึงความเงียบที่ทำให้คนดูรู้สึกถึงแรงกดโดยไม่ต้องมีคำอธิบายเยอะ นอกจากนี้ยังสะท้อนความคิดของตัวละครที่ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แต่ก็ไม่สามารถหนีแรงโน้มถ่วงของความคาดหวังของตัวเองได้
I Am Not Madame Bovary (2016) ไม่ได้พยายามสร้างความตื่นเต้นแบบฉับพลัน แต่ใช้ความสัมพันธ์เป็นแรงกดที่ค่อยๆ สะสมจนคนดูรู้สึกถึงความไม่ปลอดภัยทางใจตลอดเวลา จุดแข็งอยู่ที่การเล่าแบบชั้นเชิงและความจริงจังต่ออารมณ์ของตัวละคร แม้จังหวะบางช่วงจะพาให้คนดูตั้งคำถามตามแทบตลอดเรื่อง แต่ก็เป็นเสน่ห์ เพราะทำให้ความหมายของ “ความรัก” ในเรื่องดูซับซ้อนและเจ็บจริง เหมาะกับผู้ที่ชอบหนังแนวมนุษย์สัมพันธ์ที่ไม่ได้จบด้วยคำตอบสวยหรู





