เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Diary of a Wimpy Kid: Rodrick Rules (2011) ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน 2
ชื่ออังกฤษ: Diary of a Wimpy Kid: Rodrick Rules
ชื่อไทย: ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน 2
ปีที่ออกฉาย: 2011
กลับไปโรงเรียนมัธยมหลังจากวันหยุดฤดูร้อน Greg Heffley และ Rodrick พี่ชายของเขาต้องจัดการกับความพยายามที่เข้าใจผิดของผู้ปกครองเพื่อให้พวกเขาผูกพันกันหลังรอดพ้นจากการพาตัวเองไปแตะต้อง “ชีสเน่า” ได้เป็นผลสำเร็จ เกร็กก้าวขึ้นสู่ชั้นเรียนใหม่พร้อมกับความมั่นใจและ .มิตรภาพ ที่เหนียวแน่นยิ่งขึ้น แถมยังแอบปิ๊ง ฮอลลี ฮิลส์ สาวน้อยหน้าใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามา แต่ที่บ้านของเขา เกร็กยังต้องรบรากับร็อดดริกพี่ชายตัวแสบอยู่ร่ำไป ดังนั้นพ่อแม่ของทั้งคู่จึงลงโทษขั้นเด็ดขาดเท่าที่พ วกเขาจะนึกได้ ด้วยการปล่อยให้พี่น้องคู่นี้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้นภาพยนตร์เด็กสุดฮาอารมณ์ดีภาคต่ออย่าง Diary of a Wimpy Kid: Rodrick Rules (ไดอารี่ อ๊อฟ อะ วิมพี่ คิด:ร็อดดริก รูลส์) ก็สามารถคว้าแชมป์บ็อกออฟฟิศไปครองได้สำเร็จ
เกร็กกำลังพยายามจะผ่านช่วงชีวิตมัธยมไปให้รอด แต่เรื่องกลับซับซ้อนขึ้นเมื่อ “ร็อดริค” พี่ชายสุดกวนเข้ามายึดพื้นที่ในแบบของตัวเอง ความต่างในนิสัยทำให้คำพูดเล็กๆ กลายเป็นปัญหาใหญ่ และแต่ละวันเต็มไปด้วยความพยายามจะหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ แต่ก็ยิ่งหนี ยิ่งเจอเรื่องยุ่งยากมากขึ้น
เกร็กเล่าเรื่องราวในมุมของเด็กที่อยากให้ทุกอย่างเรียบง่าย ทว่าแผนของเขามักโดนแรงกระแทกจากร็อดริค ซึ่งมีโลกของตัวเองและไม่ค่อยสนใจใครๆ ความตึงเครียดในบ้านเริ่มสะสมตั้งแต่เรื่องธรรมดา เช่น การจัดการพื้นที่ กติกาเล็กๆ ไปจนถึงความเข้าใจผิดที่ลุกลามเร็วกว่าเหตุผล ในโรงเรียนเกร็กยังต้องรับมือแรงกดดันจากสังคมรอบตัว ขณะเดียวกันก็พยายามปกป้องภาพลักษณ์ของตัวเองด้วยการบิดความจริงและหลบหลีกสถานการณ์ แต่เมื่อร็อดริคยิ่งทำให้ทุกอย่างดูแปลกไป เกร็กก็เริ่มเห็นว่าการหนีปัญหาไม่เคยทำให้ปัญหาหายไปได้จริง
จุดเด่นของเรื่องอยู่ที่อารมณ์ขันแบบเสียดสีผ่านสายตาเกร็ก ความสัมพันธ์พี่น้องที่ตลกแต่กดดันทำให้ความวุ่นวายเดินหน้าได้เร็ว และรายละเอียดเล็กๆ ในชีวิตประจำวันถูกใช้เป็นเชื้อไฟให้สถานการณ์ขยายตัวโดยไม่ต้องพึ่งพาพล็อตใหญ่เกินจริง
ไดอารี่ของเด็กไม่เอาถ่าน 2 ดูสนุกกับการเล่าเรื่องแบบเด็กที่มองทุกอย่างเป็นสนามทดสอบความพยายามของตัวเอง แม้จะเป็นเรื่องวุ่นวายที่บางช่วงเกินพอดีตามสไตล์วัยรุ่น แต่เสน่ห์คือความสัมพันธ์พี่น้องและการค่อยๆ เผยให้เห็นว่าความพยายามหลบเลี่ยงมักสร้างปัญหาเพิ่มแทน จึงเหมาะกับคนที่อยากดูหนังเบาสมองที่ยังมีกลิ่นอายความจริงของชีวิตเด็กโรงเรียน




