เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Blitz (2011) บลิทซ์ ล่าโคตรคลั่งล้าง สน.
ชื่ออังกฤษ: Blitz
ชื่อไทย: บลิทซ์ ล่าโคตรคลั่งล้าง สน.
ปีที่ออกฉาย: 2011
ในการตามล่าแบร์รี่ ไวส์ หรือฉายา เดอะ บลิทซ์ ฆาตกรฆ่าต่อเนื่องที่เหยื่อทุกรายคือตำรวจ [/b]ร่วมด้วยนักแสดงผู้เข้าชิงรางวัล BAFTA และรางวัลโทนี่ เอเดน จิลเลน (The Wire ทางช่อง HBO) และนักแสดงผู้เข้าชิงรางวัล BAFTA เดวิด มอร์ริสซี่ (Basic Instinct 2, State of Play)
หนังเริ่มต้นด้วยการจ่านักสืบ (DS) ทอมแบรนท์ (เจสันสเตแธม), เจ้าหน้าที่ตำรวจร้อนโหม่งไปป่วนใต้สถานีตำรวจลอนดอนตะวันออกโดยใช้เลย์ที่จะชนะสามเยาวชนที่กำลังพยายามที่จะขโมยรถของเขา ตัวผู้เดินเข้ามาใกล้โดยคอมพิวเตอร์ลิซาเบ ธ Falls (Zawe แอชตัน) ขอให้ช่วยเธอในการผ่านการสอบจ่าของเธอ ตัวผู้แนะนำให้เธอที่จะให้มันบางครั้งในขณะที่เธอได้ออกมาจากสถานบำบัดเมื่อเร็ว ๆ นี้
หลังเหตุการณ์ชวนระทึกทำให้ “สน.” ต้องพังทลายลง ความรุนแรงยังไม่หยุดอยู่แค่ปลายทางของภารกิจ กลุ่มคนที่ติดอยู่ในวงจรอันตรายต้องตัดสินใจเร็วขึ้นทุกวินาที ขณะความจริงเรื่องเบื้องหลังค่อยๆ เผยเป็นเงื่อนไขที่บีบคั้นศีลธรรมและความอยู่รอดไปพร้อมกัน
เรื่องเริ่มจากสถานการณ์วิกฤตที่ทำให้การรักษาความปลอดภัยกลายเป็นการวิ่งหนีมากกว่าการควบคุม ผู้คนจำนวนหนึ่งถูกดึงเข้าสู่พื้นที่ที่อันตรายเกินรับมือ ขณะที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพยายามจัดระเบียบสถานการณ์ ทุกการสื่อสารมีช่องว่างและทุกทางเลือกมีราคาซ่อนอยู่ ตัวละครหลักต้องใช้ทั้งสัญชาตญาณและการอ่านเกมเพื่อเอาตัวรอด ท่ามกลางความสับสนที่ทำให้ “ใครเป็นใคร” ดูไม่ชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเงื่อนงำเกี่ยวกับเป้าหมายจริงถูกเปิดทีละน้อย ความตึงเครียดก็ยิ่งพุ่งจากการเอาชนะปัจจุบัน ไปสู่การตั้งคำถามว่าใครเป็นคนจุดชนวนและทำไมต้องถึงขั้นนี้ แต่ก่อนที่จะได้คำตอบ การปะทะและการไล่ล่าก็ยังคงบีบให้ทุกคนเดินหน้าต่อโดยไม่ทันได้ตั้งหลัก
จุดเด่นอยู่ที่จังหวะความกดดันที่ค่อยๆ ไต่ระดับ ไม่ปล่อยให้ผู้ชมพักหายใจ บทเดินเรื่องแบบ “สถานการณ์บังคับให้ตัดสินใจ” ทำให้แต่ละฉากมีน้ำหนักด้านความเสี่ยง อีกทั้งโทนเรื่องยังเล่นกับความคลุมเครือว่าความจริงคืออะไร ทำให้การไล่ล่าและการสืบค้นไปด้วยกันอย่างแนบแน่น
Blitz (2011) บลิทซ์ ล่าโคตรคลั่งล้าง สน. ทำงานได้ดีในด้านการสร้างแรงกดดันและการเดินเกมที่ทำให้ความตื่นเต้นไม่ลดลง แม้ตัวเรื่องจะพาไปในโหมดเอาตัวรอดแบบเข้มข้น แต่เส้นทางความสงสัยยังคงทำให้ผู้ชมอยากรู้ต่อว่าอะไรคือแรงจูงใจเบื้องหลัง ข้อจำกัดคือบางช่วงอาจเน้นความเร็วมากกว่าการปูรายละเอียดเชิงเหตุผล กระนั้นบรรยากาศที่แน่นและจังหวะที่กระชับยังพอชดเชยให้หนังน่าติดตามสำหรับคนที่ชอบหนังลุ้นระทึกแบบไม่ปล่อยให้ผ่อน




