เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Man Who Killed Don Quixote (2018)
ชายคนหนึ่งชื่อ แจ็ก กลายเป็นเศษซากของสงครามที่ไม่รู้จะจบอย่างไร เขาพยายาม “เล่นบท” ให้ชีวิตเดินไปต่อ แต่ทุกทางกลับพาเขาเข้าใกล้คำถามเดิมๆ ว่าใครกันแน่ที่เป็นคนตัดสินใจ และความรุนแรงที่ตามติดมาไม่ต่างจากเงาที่ทำลายเขาทีละน้อย เรื่องราวค่อยๆ บิดความคาดหวังจากความบันเทิงให้กลายเป็นความรู้สึกอึดอัด ล่อแหลม และเต็มไปด้วยบาดแผลที่ไม่เคยถูกเยียวยา
แจ็กพยายามรักษาระยะห่างจากอดีตที่ฝังแน่น ทั้งจากสภาพแวดล้อมและคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง เขาถูกโยงเข้ากับแผนการที่เหมือนจะมีเหตุผล แต่กลับมีกลิ่นของความบิดเบี้ยวซ่อนอยู่ทุกครั้งที่มีความชัดเจนใหม่ๆ ปะทุขึ้นระหว่างการเดินทาง เขาพบผู้คนที่สะท้อนแผลของตัวเองผ่านวิธีคิดและความรุนแรงที่ต่างกัน บางคนใช้คำพูดเพื่อควบคุม ขณะที่บางคนใช้การกระทำเพื่อ “ลบ” สิ่งที่มองไม่เห็น ยิ่งเรื่องเดินไป แจ็กยิ่งไม่แน่ใจว่าเขากำลังไล่ล่าใคร หรือกำลังถูกไล่ล่าจากสิ่งที่เขาไม่ยอมรับ เมื่อการตั้งคำถามเริ่มทวีความหนัก เขาจึงต้องตัดสินใจว่าจะแตกหักกับอดีตเพื่อเอาชีวิตรอด หรือปล่อยให้มันลากเขาลงไปจนสุดขอบความทรงจำ
แก่นเรื่องอยู่ที่ความคลุมเครือ ภาพของสงครามและความรุนแรงถูกนำเสนอแบบไม่ให้คำตอบสวยหรู ตัวหนังให้พื้นที่กับความรู้สึกอึดอัดและความจริงที่บิดเบี้ยว พร้อมการเล่าเรื่องที่ชวนให้ผู้ชมคอยจับสัญญาณว่าอะไรคือ “ความเป็นจริง” และอะไรคือ “สิ่งที่ถูกจัดวาง” นอกจากนี้ยังมีการผลักอารมณ์ไปกับจังหวะของฉากปะทะที่กระชับ ทำให้ความตึงเครียดยังค้างอยู่ แม้หลังจากสถานการณ์ลดระดับ
The Man Who Killed Don Quixote (2018) ไม่ได้พาไปสู่คำตอบแบบตรงไปตรงมา แต่ใช้ความคลุมเครือเป็นเครื่องมือหลักในการเล่าเรื่อง สไตล์การเดินเรื่องที่ท้าทายจะถูกใจคนที่ชอบงานแนวคิดมากกว่าความบันเทิงล้วนๆ ข้อดีคือบรรยากาศและความรู้สึกสะเทือนใจทำงานได้ต่อเนื่องตลอดทาง ขณะเดียวกัน ผู้ชมที่ต้องการความชัดเจนของเหตุผลและโครงเรื่องอาจรู้สึกว่าบางช่วง “ตีความเอง” ค่อนข้างมาก





