เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Be Cool (2005) บีคูล คนเหลี่ยมเจ๋ง
ชื่ออังกฤษ: Be Cool
ชื่อไทย: บีคูล คนเหลี่ยมเจ๋ง
ปีที่ออกฉาย: 2005
ชิลี ปาล์ม (จอห์น ทราโวลต้า) อดีตสมาชิกแก๊งค์อาชญากรที่ผันตัวเข้าสู่วงการภาพยนตร์ แต่แล้วเขาก็ละทิ้งวงการภาพยนตร์ที่เอาแน่ไม่ได้ และยังหันไปเดินในเส้นทางสายดนตรีแทน ชิลี อีดี้ (อูม่า เธอร์แมน) สาวเซ็กซี่ผิวสีแทนแสนงาม รสนิยมดี และเป็นนักร้องอิสระที่ไม่ประสบความสำเร็จ รวมทั้งแก็งค์ รัสเซียและบรรดาแร็พเปอร์ และยังกางปีกป้องนักร้องสาวรุ่น..อารมณ์ร้อนที่เปี่ยมพรสวรรค์ ลินดา มูน (คริสติน่า มิเลียน) โดยการผสานทักษะของคนหัวใสและความสามารถในการต่อรองที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของทั้งสองในการดำเนินการให้สำเร็จ เพราะมันเป็นธุรกิจที่อันตราย และทุกคนต่างแสวงหาทางรุ่งของตัวเอง
เรื่องราวเริ่มจากนักวางแผนและคนในวงการที่ดูเหมือนไม่เข้ากันนัก แต่กลับต้องมาพัวพันกับแผนปล้นที่ทำให้ “ความโลภ” กลายเป็นทั้งแรงผลักและกับดัก ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับกฎของเมืองทำให้ทุกการตัดสินใจเสี่ยงขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างการแสวงหาโอกาสและการรักษาหน้าตา ทุกคนต่างคิดว่าตัวเองคุมเกมได้—จนความจริงเริ่มบิดเบี้ยวไปตามจังหวะของความเข้าใจผิด
เมื่อแผนงานบางอย่างรั่วไหลและสถานการณ์เริ่มไม่เป็นไปตามที่ใครตั้งใจ คนจำนวนหนึ่งที่มีสไตล์ต่างกันกลับต้องจับมือกันชั่วคราวเพื่อให้ “งาน” เดินต่อได้ ทว่าหนทางไปสู่เป้าหมายไม่ได้ตรงไปตรงมา เพราะทั้งคำพูด การสื่อสาร และการตีความของแต่ละฝ่ายมักไม่ตรงกัน จนเกิดการหลอกล่อ แก้เกม และการระวังตัวตลอดเวลา
ในอีกด้าน เมืองทั้งเมืองเหมือนสนามที่ทุกคนพยายามรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง ตั้งแต่คนที่ดูนิ่งไปจนถึงคนที่เหมือนจะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ ยิ่งใกล้เหตุการณ์สำคัญ ความสัมพันธ์ก็ยิ่งเคลื่อนไหวตามผลประโยชน์ มากกว่าจะตามความไว้ใจ ขณะตัวละครพยายามใช้ไหวพริบและไส้ในของคนที่คุ้นเคยกับเกมอยู่แล้ว เรื่องกลับยิ่งซับซ้อนขึ้นด้วยเงื่อนไขใหม่ที่ไม่คาดคิด
เสน่ห์หลักอยู่ที่โทนเสียดสีแบบยียวนกับจังหวะตลกร้ายที่สอดแทรกในสถานการณ์ตึงๆ การดำเนินเรื่องเดินเกมด้วยความเข้าใจผิดและการสลับบทบาท ทำให้ความตลกไม่ได้มาจากความบ้า แต่เกิดจากวิธีคิดที่ผิดพลาดและความมั่นใจเกินเหตุ นอกจากนี้ยังมีภาพจำของโลกอาชญากรรมในเมืองใหญ่ที่ดูมีระเบียบแบบของตัวเอง แม้จะวุ่นวายก็ตาม
Be Cool (2005) บีคูล คนเหลี่ยมเจ๋ง เหมาะกับคนที่ชอบหนังอาชญากรรมแบบมีอารมณ์ขัน เพราะมันไม่พยายามทำให้เรื่องจริงจังจนหนักเกินไป แต่ใช้ความตึงเครียดเป็นเครื่องเร่งให้มุกและการหักมุมของความเข้าใจผิดทำงานได้ดี แม้บางช่วงจะอัดจังหวะเหตุการณ์ค่อนข้างเร็ว คุณจะสนุกกับมันได้ง่ายเมื่อยอมรับว่าตัวละครกำลังเล่นเกมกับตัวเองและคนรอบข้างมากพอๆ กับกำลังเล่นเกมปล้น




