เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Eddie the Eagle (2016) เอ็ดดี้ ดิ อีเกิ้ล ยอดคนสู้ไม่ถอย
ชื่ออังกฤษ: Eddie the Eagle
ชื่อไทย: เอ็ดดี้ ดิ อีเกิ้ล ยอดคนสู้ไม่ถอย
ปีที่ออกฉาย: 2016
ภาพยนตร์สร้างขึ้นโดยดัดแปลงมาจากชีวประวัติของนักกีฬาสกีโอลิมปิกที่มีชื่อเสียงชื่อ เอ็ดดี้ เอ็ดเวิร์ดส หรือที่รู้จักในชื่อ “เอ็ดดี้ ดิ อีเกิล” ที่เป็นตัวแทนของชาวอังกฤษไปแข่งโอลิมปิกฤดูหนาวเมื่อปี 1988 และเขาก็เป็นม้ามืดที่คว้ารางวัลมาได้ โดย ฮิวจ์ แจ็คแมน จะรับบทเป็นโค้ชผู้เชี่ยวชาญกีฬาสกีที่จะมาช่วยฝึกฝน เอ็ดดี้ เอ็ดเวิร์ดส รับบทโดย ทารอน อีเกอร์ตัน (Kingsman: The Secret Service) จากผลงานการกำกับโดย เด็กซ์เตอร์ เฟล็ทเชอร์
เอ็ดดี้ ดิ อีเกิ้ล ชายผู้หลงใหลการเล่นสกีลงเขาหิมะ เขาฝันอยากไปโอลิมปิกทั้งที่ทุกอย่างดูไม่เอื้ออำนวย ทั้งทักษะ เครื่องมือ และเสียงคัดค้านรอบตัว ระหว่างทางเขาต้องหาทางพิสูจน์ตัวเองให้ได้ โดยมีความช่วยเหลือที่มักมาแบบไม่ตรงใจนัก และความคาดหวังที่หนักหน่วงขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นการแข่งขันกับตัวเองมากกว่าความคาดหวังจากคนอื่น
เอ็ดดี้เริ่มจากการยืนอยู่ขอบสนามของโลกกีฬา—คนที่ทั้งอยากลงแข่งและไม่ค่อยมีใครเชื่อว่าเขาจะไปได้ไกล การซ้อมของเขาเต็มไปด้วยความพยายามและความผิดพลาด แต่ยิ่งล้มเหลว เขายิ่งยึดติดกับเป้าหมายอย่างดื้อรั้น จนต้องไปขอความเห็นและแรงสนับสนุนจากผู้ที่มองการ “จะไปโอลิมปิก” ด้วยมุมที่ต่างออกไป เมื่อการเตรียมทีมและการฝึกฝนเข้มขึ้น เป้าหมายของเอ็ดดี้ไม่ได้อยู่แค่เรื่องก้าวกระโดดหรือการทรงตัวบนทางลาด ความมั่นใจของเขาถูกทดสอบด้วยความจริงใจของคนรอบข้างที่เชื่อมโยงกับประสบการณ์ของตนเอง และความฝันแบบไม่ยอมแพ้ที่ต้องแลกด้วยความเหนื่อยและการตัดสินใจยาก ๆ เขาจึงค่อย ๆ เข้าใจว่าความสำเร็จอาจไม่ใช่ “ชนะ” เสมอไป แต่คือการยืนให้ได้ในวันที่เส้นทางไม่เป็นใจ
หนังเด่นที่แรงขับจากตัวละครมากกว่าฉากหวือหวา เพราะความฝันของเอ็ดดี้ถูกเล่าเป็นจังหวะของการพยายามซ้ำ ๆ จนคนดูอินกับการเติบโตแบบทีละนิด ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างเอ็ดดี้กับโค้ชให้รสของความฝืดและความเข้าใจกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้เรื่องเดินหน้าโดยไม่ต้องพึ่งดราม่าหนัก ๆ
Eddie the Eagle (2016) เอ็ดดี้ ดิ อีเกิ้ล ยอดคนสู้ไม่ถอย เป็นเรื่องแรงบันดาลใจที่ไม่พยายามขายความฝันแบบสวยหรู เพราะความฝันถูกทดสอบด้วยความไม่พร้อมจริง ๆ และความสัมพันธ์ของตัวละครที่ไม่ได้สมบูรณ์ตั้งแต่แรก ทำให้การลุ้นมีเหตุผลและรู้สึกใกล้ตัว เหมาะกับคนที่อยากดูหนังที่ทำให้หัวใจแข็งขึ้น โดยยังรักษาความอบอุ่นไว้ตลอดเรื่อง




