เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Any Day Now (2012) วันหนึ่งวันหน้าวันที่รักจะมาถึง
ชื่ออังกฤษ: Any Day Now
ชื่อไทย: วันหนึ่งวันหน้าวันที่รักจะมาถึง
ปีที่ออกฉาย: 2012
Any Day Now เป็นหนังดราม่าที่ทรงพลัง เปี่ยมความหวัง และแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์อย่างถึงที่สุด หนังได้รางวัล “ขวัญใจผู้ชม” จากเทศกาล OUTFEST, เทศกาลไทรเบก้า และคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาจากเทศกาลหนังซีแอตเติล มีคิวเข้าฉายในเดือน สิงหาคม นี้ ฉากหลังคือปี 1979 รูดี้ เป็นนักดนตรีที่กำลังตกอับและเป็น “เกย์” ที่ต้องคบหาแบบหลบๆ ซ่อนๆ กับ พอล ทนายความซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของเขา เนื่องจากฝ่ายหลังยังไม่สามารถเปิดเผยรสนิยมทางเพศได้ เนื่องด้วยเงื่อนไขทางวิชาชีพ วันหนึ่งรูดี้พบว่า เพื่อนบ้านซึ่งเช่าห้องอยู่ติดกับเขาโดนจับเข้าคุก และปล่อยให้ มาร์โค ลูกชายวัย 14 ซึ่งเป็นดาวน์ซินโดรมใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพัง ด้วยความสงสาร รูดี้จึงรับเด็กชายคนดังกล่าวมาอยู่ด้วย โดยมีนักแสดงอย่าง อลัน คัมมิ่ง และ แกร์เร็ท ดิลล่าฮันท์ ในยุคที่ “เกย์” ยังคงเป็น “สิ่งแปลกปลอม” ของสังคม การกระโดดข้ามกำแพงอุปสรรค เพื่อร้องขอสิทธิในการเป็น “พ่อแม่” ดูเป็นสิ่งที่ท้าทายและสั่นคลอนบรรทัดฐานของสังคมในยุคนั้นพอสมควร Any Day Now เป็นหนังดราม่าที่ทรงพลัง เปี่ยมความหวัง และแสดงออกถึงความเชื่อมั่นในความเป็นมนุษย์ อย่างถึงที่สุด หนังได้รางวัล Audience Award หรือ “ขวัญใจมหาชน” จากเทศกาล OUTFEST, เทศกาลไทรเบก้า และคว้ารางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมมาจาก เทศกาลหนังซีแอตเติล
เมื่อความสัมพันธ์ที่เคยแน่นแฟ้นถูกแรงกดดันจากชีวิตทดสอบ เด็กหนุ่มกับชายสูงวัยกลับมาพบกันอีกครั้งในความทรงจำที่ค่อยๆ ชัดขึ้น เขาไม่ใช่คนละโลก แต่เป็นคนละจังหวะของความหวัง การพยายามอยู่รอด ความผูกพัน และความเข้าใจที่เพิ่มขึ้นทีละนิด ทำให้ชื่อเรื่องกลายเป็นคำสัญญาเล็กๆ ที่ยังเดินต่อได้ แม้อนาคตจะไม่ชัดเจน
เรื่องเริ่มจากความวุ่นวายในชีวิตประจำวันและปมเดิมที่ยังตามหลอกหลอน ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนไม่ได้เริ่มจากความสมบูรณ์แบบ หากเกิดจากการช่วยเหลือในวันที่เหนื่อยเกินกว่าจะอธิบาย ด้วยความใกล้ชิดที่ค่อยๆ ก่อตัว พวกเขาจึงเริ่มมองเห็น “เหตุผล” ของกันและกันในแบบที่คำพูดไม่สามารถทำได้หมด
ระหว่างทาง ความรู้สึกสั่นไหวทั้งเรื่องความกลัว การถูกตัดสิน และการต้องรับมือกับความเปราะบางที่ไม่อาจซ่อน เขาต้องเรียนรู้ว่าการรักไม่ใช่การปฏิเสธความจริง แต่คือการยืนอยู่ข้างกันเมื่อความจริงหนักขึ้นทุกที ท่ามกลางช่วงเวลาที่เหมือนจะดีขึ้นและสะดุดลงเป็นระยะ เรื่องราวค่อยๆ เปิดพื้นที่ให้ความหวังที่ไม่ดัง แต่จริงจัง และยังมีที่ให้ “วันหน้า” ในแบบของตัวเอง
จุดแข็งคือการเล่าเรื่องความสัมพันธ์ด้วยอารมณ์ที่แนบแน่น ไม่เร่งดราม่า แต่ขยับด้วยรายละเอียดเล็กๆ ที่ค่อยๆ กระทบใจ ขณะเดียวกัน หนังยังจับจังหวะความเป็นมนุษย์—ทั้งด้านอึดอัด ความรู้สึกผิด และการพยายามรักษาศักดิ์ศรี—ทำให้ความรักดูมีน้ำหนักและไม่เหมือนพล็อตสำเร็จรูป
ชื่อเรื่องทำงานเป็นเสมือนคีย์เวิร์ดของธีมทั้งเรื่อง ช่วยให้การรอคอยและการดูแลกันมีความหมายมากขึ้นเรื่อยๆ
Any Day Now (2012) วันหนึ่งวันหน้าวันที่รักจะมาถึง เลือกเดินบนทางของความรู้สึกมากกว่าความระทึก จึงเหมาะกับคนที่ชอบหนังซึ่งทำให้เห็นความหมายของการดูแลกันผ่านช่วงเวลาเล็กๆ แม้จังหวะอาจไม่ได้พุ่งแรงตลอดเรื่อง แต่ความสม่ำเสมอของอารมณ์และความเข้าใจตัวละครทำให้ผู้ชมค่อยๆ รู้สึกผูกพันมากขึ้นเรื่อยๆ
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่อยากดูเรื่องรักที่ไม่ได้สวยงามตลอดเวลา และยังยืนยันว่าการมีใครสักคนอยู่ใกล้ๆ คือแรงพยุงสำคัญ




