เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Good Kill (2015) โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก
ชื่ออังกฤษ :Good Kill (2015)
ชื่อไทย :โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก
ประเภท : Drama, Thriller , HD, Master
วันเข้าฉาย : 15 ตุลาคม 2558
เรื่องย่อ : Good Kill (2015) โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก
เรื่องราวที่พูดถึงอดีตนักบินผู้ขับเครื่องบินรบ เอฟ16 โธมัส อีแกน (อีธาน ฮอว์ค) ซึ่งเปลี่ยนจากการบังคับเครื่องบินรบมาเป็นบังคับโดรนพิฆาต สู้รบในสงครามด้วยรีโมทคอนโทรล จากสนามรบ ปรับเปลี่ยนมาเป็นอยู่ภายในห้องสี่เหลี่ยมติดเครื่องปรับอากาศ พร้อมหน้าที่การทำงานตามคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา เพียงแค่กดรีโมท ศัตรูเป้าหมายก็ราบเป็นหน้ากลอง
ชีวิตของทหารคนหนึ่งในกองกำลังทางอากาศเริ่มเปลี่ยนเมื่อเขาทำหน้าที่ควบคุมโดรนติดอาวุธจากที่ปลอดภัย งานสั่งการและการตัดสินใจทุกวินาทีถูกบีบให้อยู่กับภาพบนจอ ขณะที่ความหมายของคำว่า “เป้าหมาย” และ “ความถูกต้อง” เริ่มไม่ชัดเจน เมื่อความกดดันสะสม ทั้งร่างกายและใจต้องเผชิญผลกระทบที่ไม่เห็นเลือด แต่รู้สึกได้ลึกกว่าเดิม
เรื่องเดินผ่านวันทำงานที่ถูกกำหนดด้วยจังหวะของการเฝ้าติดตาม การประเมินข้อมูล และการตัดสินใจยิงผ่านระบบควบคุม ท่ามกลางความคุ้นชินของระบบ แต่สำหรับผู้ควบคุม มนุษย์คนหนึ่งจะกลายเป็นจุดบนหน้าจอหรือยังคงเป็นชีวิตที่ต้องรับผิดชอบ เขาต้องเรียนรู้การอ่าน “ความไม่แน่นอน” จากภาพที่จำกัด เวลาและระยะทางทำให้ทุกอย่างดูง่ายขึ้นในเชิงยุทธศาสตร์ ทว่าในเชิงอารมณ์ มันกลับทำให้คำถามติดค้างหนักขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อสถานการณ์บีบให้ต้องรับมือกับข้อจำกัดของข้อมูลและผลลัพธ์ที่ตามมา ทีมร่วมงานรวมทั้งกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติ ทั้งหมดกลายเป็นแรงกดอีกชั้น ไม่ใช่แค่เพื่อให้ภารกิจเดินหน้า แต่เพื่อให้เขายอมรับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับคนที่เขามองไม่เห็นในระยะใกล้ ยิ่งเขายิ่งพยายามทำหน้าที่ให้ถูกต้องเท่าไร ความลังเลก็ยิ่งปรากฏชัดเท่านั้น และความเครียดที่สะสมเริ่มกระทบความสัมพันธ์ รวมถึงความสามารถในการมองโลกอย่างเป็นเหตุเป็นผล
หนังเด่นตรง “ความรู้สึกผิด/ความรับผิดชอบ” ที่ไม่ได้มาจากการต่อสู้ตรงหน้า แต่เกิดจากการตัดสินใจจากระยะไกล ภาพและจังหวะของเรื่องทำให้เราเข้าใจว่าระบบช่วยให้สงครามดูเป็นงานประจำ แต่กลับทำให้ความเป็นมนุษย์ค่อยๆ หลุดลอย
Good Kill (2015) โดรนพิฆาต ล่าพลิกโลก เป็นหนังที่ตั้งคำถามกับสงครามยุคใหม่ผ่านมุมของคนคุมเกมจากหน้าจอ จุดแข็งอยู่ที่บรรยากาศกดดันและการเดินเรื่องแบบค่อยๆ ขูดความรู้สึกจนเราอดคิดตามไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากคุณมองหาความมันส์หรือการเฉลยแบบชัดเจน หนังอาจทำให้รู้สึกช้าและหนักใจกว่าที่คาด แต่สำหรับคนที่อยากดูหนังที่สะท้อนความคิดเรื่องศีลธรรมและผลกระทบ มันทำงานได้คมและน่าจดจำ




