เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง เลิฟเฮี้ยวเฟี้ยวต๊อด (2015) Love Heaw Feaw Tott
ชื่ออังกฤษ: เลิฟเฮี้ยวเฟี้ยวต๊อด
ชื่อไทย: Love Heaw Feaw Tott
ปีที่ออกฉาย: 2015
“ต๊อด” หนุ่มหล่อหน้าตาดีมีดีกรี…หล่อขั้นเทพ สาวเห็นเป็นต้องเหลียวหลังเมื่อบวกกับลีลาคารมคมคาย ผู้ชายอย่าง “ต๊อด”คือหนุ่มในฝันของสาวๆทั้งหลาย แต่ใครจะรู้บ้างว่า…เมื่อครั้งยังเล็ก”ผู้หญิง”ได้เคยสร้างปมเอาไว้ให้กับหัวใจดวงน้อยๆของเขา
เมื่อโตขึ้น”ต๊อด”จึงเดินหน้าบริหารเสน่ห์กับสาวไปเรื่อย ขณะเดียวกันก็พยายามทำงานเก็บสะสมเงินเอาไว้ เพื่อหวังที่จะไปรับ ยายต้อย ผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดกลับมาอยู่ด้วยหลังจากที่แม่ตัดสินใจส่งยายเข้าไปอยู่ในสถานพักฟื้นคนชรา “ต๊อด” ทำงานทุกอย่างที่จะสามารถสร้างรายได้ให้กับเขาโดยมี”ฟันดะ”เพื่อนซี้ที่ไม่ได้หล่อน้อยไปกว่ากันคอยช่วยเหลือรวมไปถึงเหล่ารุ่นน้องจอมแสบอีก 3 หนุ่ม แต่ดูเหมือนว่า ความหล่อ จะไม่ได้เป็นแค่ความโชคดีของเขา เพราะมันยังนำความวุ่นวายมาสู่”ต๊อด”อีกด้วย
ความสัมพันธ์ของคนสองคนกลับซับซ้อนขึ้นเมื่อ “ต๊อด” ต้องเผชิญกับความรู้สึกที่ไม่แน่ชัด และ “เฮี้ยวเฟี้ยว” เองก็ไม่ได้เป็นแค่คนที่อยู่ตรงนั้นแบบง่ายๆ ทุกอย่างเหมือนจะเริ่มจากความสนิทสนมธรรมดา แต่กลับค่อยๆ บิดไปสู่การตัดสินใจที่ยากขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างคำพูดที่พูดไม่หมดกับความจริงที่ต้องยอมรับให้ได้
เรื่องราวไล่ตามความสัมพันธ์ของกลุ่มคนที่คุ้นเคยกันในชีวิตประจำวัน จนเมื่อความรู้สึกเริ่มเปลี่ยนไป ความสัมพันธ์ที่เคยพอไปด้วยกันก็เริ่มสะดุด “ต๊อด” พยายามจัดระเบียบใจตัวเอง แต่ยิ่งพยายามทำให้ชัด ทุกอย่างกลับยิ่งคลุมเครือ เมื่อมีอีกฝ่ายเข้ามาในจังหวะที่ไม่ควรจะพอดี ทั้งการตีความผิด การเงียบเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะ และการเลือกเงื่อนไขบางอย่างเหนือความตรงไปตรงมา ทำให้ความสัมพันธ์เดินหน้าแบบไม่รู้ว่าจะไปทางเดียวกับที่หัวใจต้องการหรือเปล่า ในระหว่างทาง ตัวละครต้องเผชิญบทสนทนาที่ไม่สามารถเลี่ยงได้ และความทรงจำที่ทำให้การเริ่มต้นใหม่ไม่ง่ายเหมือนที่คิด
จุดเด่นอยู่ที่ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้ขาวหรือดำ แต่ค่อยๆ บิดไปตามความตั้งใจจริงและคำพูดที่หลุดมาไม่ครบ การเล่าเรื่องทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังนั่งอยู่ในวงสนทนาเดียวกัน คือรับทั้งความหวังและความเจ็บโดยไม่ต้องเร่งให้เข้าใจในทันที
เลิฟเฮี้ยวเฟี้ยวต๊อด (2015) Love Heaw Feaw Tott ให้ความรู้สึกเหมือนดูความสัมพันธ์ที่กำลังค่อยๆ แตกแยกด้วยเหตุผลเล็กๆ แต่สะสมแรงมาก ข้อดีคือการจัดจังหวะอารมณ์ทำให้คนดูไม่รู้สึกว่ามีแผนหักมุมเพื่อเซอร์ไพรส์ อย่างไรก็ตาม คนที่คาดหวังคำตอบชัดๆ คงต้องใช้เวลาอยู่กับความคลุมเครือของตัวละครบ้าง เพราะแก่นเรื่องคือความเข้าใจผิดและการเลือกที่ยากกว่าการพิสูจน์ว่าใครถูกใครผิด




