เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง เมล์นรก หมวยยกล้อ (2007) Bus Lane
ชื่ออังกฤษ: เมล์นรก หมวยยกล้อ
ชื่อไทย: Bus Lane
ปีที่ออกฉาย: 2007
ในวันสงกรานต์ โก๋ (อุดม แต้พานิช) กระเป๋ารถเมล์สาย 39 (สนามหลวง-รังสิต) ยังต้องมาทำงาน ซ้ำยังต้องจับคู่ไปกับคนขับขี้บ่นที่ไม่ชอบหน้ากันอย่าง เฮียหลา (สุเทพ โพธิ์งาม) ด้วย เฮียหลานั้นบ่นได้ทุกเรื่องไม่เว้นแม้กระทั่งเรื่องการเมืองหรือสังคม ซึ่งโก๋เองก็ปากร้ายไม่แพ้กัน และยิ่งมาเมื่อต้องมาขับรถในวันสงกรานต์ที่มีคนเล่นสาดน้ำกันข้างถนนด้วยแล้ว เฮียหลายิ่งหงุดหงิดใหญ่ จนกระทั่งเฮียหลาถูกสาดน้ำเข้าให้โดยรถกระบะคันหนึ่ง เฮียหลาขับรถไปตามจะเอาเรื่อง เลยทำให้ ยามคนหนึ่งชื่อทรัพย์ (เกียรติ กิจเจริญ) ที่นัดหมายกับเพื่อนจะลงรถเมล์เพื่อไปต่อรถเพื่อนกลับบ้านไปหาลูกสาวที่โคราช ไม่ได้ลงป้าย เลยโมโหสติแตกหยิบปืนขึ้นมาขู่ให้ขับไปเรื่อย ๆทำให้ผู้โดยสารที่มีอยู่บนรถขณะนั้นอีก 7 คน ซึ่งประกอบไปด้วย หมอกายภาพบำบัดสาว (อริศรา วงษ์ชาลี) ที่แต่งตัวค่อนข้างโป๊แต่พูดเสียงเหน่อ เลยถูกแม่ค้าปากร้าย (เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) ว่าอยู่บ่อย ๆ ว่าเป็นหมอนวด หนุ่มใส่แว่นรูปร่างใหญ่ (คมสัน นันทจิต) ติ๊ก สาวท้องใหญ่ใกล้คลอด (ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์) ที่ทะเลาะกับสามี เฮียซ้ง (ธีระธร สิริพันธุ์วราภรณ์) อยู่ตลอดเวลา สาวสวยหน้าตาดีซึ่งกำลังปวดห้องน้ำอย่างเต็มที่ (อชิตะ ธนาศาสตนันท์) ซึ่งมากับเพื่อนทอมบอย (อัญชนา เพ็ชร์จินดา) ตกอกตกใจ ที่จู่ ๆ ก็ตกเป็นตัวประกันขณะเดียวกัน หมวย (พิมพ์ชนก พลบูรณ์) แฟนสาวของโก๋ ที่กำลังใจจดใจจ่อรอให้โก๋มาพบกับพ่อแม่ของตน (รับบทพ่อโดย อดิเรก วัฏลีลา) แต่โก๋ก็ไม่มาซักที เลยต้องโทรศัพท์มาตามอยู่ตลอด จนในที่สุดต้องบอกว่าตัวเองกำลังท้องรถเมล์ยังคงวิ่งไปเรื่อย ๆ โดยที่ทรัพย์เองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไปทำไม และจะไปลงเอยที่ไหน เพราะถูกตำรวจตามตลอด จนท้ายที่สุด ขณะที่กำลังแย่งปืนกันอยู่นั้น ปืนก็เกิดลั่นไปโดนเฮียหลา รถก็เลยไม่มีคนขับ โก๋จึงต้องรับภาระมาขับรถให้ แต่ในที่สุดเรื่องราวก็จบลงได้ด้วยดี เพราะโก๋ที่ขอให้ทุกคนให้อภัยทรัพย์ และอาสาขับรถส่งให้ถึงบ้านที่โคราชด้วย
เมล์นรก หมวยยกล้อ (2007) Bus Lane เล่าเรื่องความสัมพันธ์ที่เริ่มจากเรื่องเล็ก ๆ บนเส้นทางรถประจำทางที่ทุกคนเหมือนจะคุ้นเคย แต่กลับค่อย ๆ เปิดเผยความรู้สึกซับซ้อนของตัวละครแต่ละคน ทั้งแรงปรารถนา ความหวาดระแวง และความหวังที่อยากไปให้ถึงปลายทางโดยไม่ต้องเจ็บมากเกินไป ระหว่างการเดินทางที่สลับไปมา ความสัมพันธ์ถูกทดสอบด้วยเหตุการณ์ที่ทำให้คำว่า “สาย” ไม่ได้หมายถึงแค่รถที่มาช้าเท่านั้น
เรื่องราวพาเราไปตามเส้นทางของผู้คนที่เกี่ยวพันกับชีวิตประจำวันซึ่งดูเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อตัวละครเริ่มเข้าใจกันผิดหรือเข้าใจเกินไป ความใกล้ชิดจึงกลายเป็นทั้งที่พักใจและชนวนปัญหา ความรู้สึกบางอย่างถูกเก็บไว้หลังรอยยิ้ม ขณะที่อีกหลายสิ่งสะสมจนยากจะอธิบายด้วยเหตุผลง่าย ๆ เหตุการณ์บนรถและนอกรถทำให้ความสัมพันธ์ต้องเดินฝ่าความกังวล ความคาดหวัง และอคติที่ส่งต่อกันมา จนกว่าทุกคนจะต้องเผชิญคำถามว่า สิ่งที่เรียกว่า “รัก” หรือ “ความไว้ใจ” นั้นจะพาใครไปได้ไกลแค่ไหน เมื่อการเดินทางไม่ได้มีแค่จุดหมาย แต่มีความจริงที่ต้องยอมรับ
ความเด่นอยู่ที่บรรยากาศการเดินทางที่ทำให้ความรู้สึกขับเคลื่อนเรื่องราวมากกว่าท้องเรื่องใหญ่ ๆ ภาพของรถและเส้นทางถูกใช้เป็นฉากสะท้อนความสัมพันธ์—ใครบางคนกำลังรอ ใครบางคนกำลังหนี และใครบางคนกำลังพยายามทำให้ทุกอย่าง “ปกติ” ทั้งที่ข้างในสั่นไหว นอกจากนี้ยังมีการปูรายละเอียดทางอารมณ์แบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ความตึงและความอึดอัดค่อย ๆ ก่อตัวอย่างเป็นธรรมชาติ
เมล์นรก หมวยยกล้อ (2007) Bus Lane เป็นงานที่ไม่พยายามเร่งปมใหญ่ แต่เลือกใช้จังหวะชีวิตประจำวันและอารมณ์ที่ค่อย ๆ กดทับเป็นเครื่องเดินเรื่อง จุดแข็งคือการสร้างบรรยากาศของ “การเดินทางที่ทำให้คิด” เหมาะกับคนที่ชอบหนังที่ความตึงมาจากความสัมพันธ์มากกว่าการหักมุมแบบตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณมองหาคำตอบชัด ๆ ตั้งแต่ต้น เรื่องอาจต้องใช้เวลาเพื่อให้เข้าถึงอารมณ์และแรงจูงใจของตัวละคร




