เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง เพชฌฆาต ( 2014 ) The Last Executioner
ชื่ออังกฤษ: The Last Executioner
ชื่อไทย: เพชฌฆาต
ปีที่ออกฉาย: 2014
เรื่องราวของมือประหารคนสุดท้ายของประเทศไทยที่ปลิดชีวิตนักโทษด้วยวิธีการยิงเป้า จากนักดนตรีหนุ่มผู้หลงใหลใน เพลงร็อคแอนด์โรล เขาได้เลือกเส้นทางชีวิตเพื่อความมั่นคงของครอบครัวที่เขารัก อาชีพที่เกิดจากความบังเอิญ เบื้องลึกความจริงที่น่ากลัวของการประหารชี วิตนักโทษคนแล้วคนเล่า ความรักและครอบครัวที่สวยงาม กรรมดีที่เคยก่อกรรมชั่วที่มองไม่เห็น มันคือวัฎจักรแห่งกรรมที่ไม่มีผู้ใดจะรู้ได้ดีเท่าผู้ที่เหนี่ยวไกปืนเพื่อจบชีวิตนักโทษในแดนประหารเท่านั้น นี่คือตำนานเรื่องราวชีวิตของ “เชาวเรศน์” เพชฌฆาตคนสุดท้าย ณ แดนประหาร เรือนจำกลางบางขวาง
หนังนำแสดงโดยนักแสดงทั้งคุณ วิทยา ปานศรีงาม, เพ็ญพักตร์ ศิริกุล, เดวิด อัศวนนท์, นิรุตติ์ ศิริจรรยา, อัมรา อัศวนนท์ และ พิศาล อัครเศรณี กำกับการแสดงโดย ทอม วอลเลอร์ จาก ศพไม่เงียบ!
ในโลกที่ความตายถูกจัดการเป็นระบบ ชายผู้ทำหน้าที่ “เพชฌฆาต” ต้องรับคำสั่งสุดท้ายที่บีบให้เขาออกไปเผชิญหน้ากับเหตุการณ์ซึ่งไม่เหมือนงานประหารธรรมดา ด้านหนึ่งคือกฎและหน้าที่ อีกด้านคือความรู้สึกผิดและความจริงที่ค่อยๆ โผล่ขึ้นมา ขณะการเดินทางของเขาเข้มข้นขึ้น ความหมายของความยุติธรรมก็เริ่มสั่นคลอนพร้อมกัน
เรื่องเริ่มจากการปฏิบัติหน้าที่ที่เหมือนทุกครั้งของเพชฌฆาต เขาเป็นคนที่เชื่อว่าความรุนแรงสามารถถูกควบคุมได้ด้วยขั้นตอนและคำสั่ง แต่เมื่อคำสั่งใหม่พาเขาไปยังพื้นที่ที่เต็มไปด้วยความตึงเครียด เขากลับพบว่าความหมายของ “ผู้สมควรได้รับโทษ” ไม่ได้ชัดเจนอย่างที่เคยคิด ตัวตนของผู้มีอำนาจ วิธีที่ผู้คนใช้ศาสนาและกฎหมายชี้นำความกลัว และร่องรอยของอดีตที่ถูกปิดบังเริ่มผูกเข้าด้วยกันจนงานประหารกลายเป็นการไล่ล่าหาเหตุผลมากกว่าการทำตามหน้าที่ ระหว่างทาง เขาต้องเลือกว่าจะยึดถือระเบียบที่เขารู้จัก หรือยอมรับว่าโลกนี้อาจไม่ได้มีกระบวนการยุติธรรมอย่างที่ถูกสั่งสอน
หนังเด่นที่มุมมืดของ “หน้าที่” มากกว่าโทนแอ็กชัน ภาพความโหดถูกวางไว้ใกล้ตัวจนน่าหนักใจ ขณะเดียวกันการเล่าเรื่องค่อยๆ ปล่อยเงื่อนงำให้เห็นว่าผู้บงการไม่ได้สนใจความถูกต้องเท่ากับการคุมเกม ความกดดันที่ไหลจากคำสั่งสู่การตัดสินใจของตัวละครทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าแต่ละก้าวมีเดิมพันอยู่เสมอ
เพชฌฆาต ( 2014 ) The Last Executioner เลือกเดินเรื่องด้วยความคิดมากกว่าความมันส์ ช่วงแรกอาจดูเป็นระเบียบตามหน้าที่ แต่ยิ่งไปเรื่อยๆ หนังค่อยๆ ทำให้เห็นว่าระบบที่ “ทำให้ทุกอย่างเป็นขั้นตอน” ก็อาจเป็นเครื่องมือของความอยุติธรรมได้ จุดแข็งคือการผูกแรงกดดันเข้ากับการตัดสินใจของตัวเอกและการสร้างความคลุมเครือทางศีลธรรม ส่วนจุดที่อาจไม่ถนัดสำหรับบางคนคือจังหวะที่พาไปทางความหม่นและการสังเกตมากกว่าการเร่งสปีดตลอดเวลา




