เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง yes or no 1 (2010) อยากรักก็รักเลย
เรื่องย่อ : yes or no 1 อยากรักก็รักเลย
ชีวิตเรานี้ซับซ้อนยากที่จะเข้าใจยิ่งนัก ในบางครั้งมันก็เกิดขึ้น ดำรงอยู่ และ จบลงไปอย่างเรียบง่าย และพร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่ หมุนเวียนอย่างไม่มีวันจบสิ้น…. ไม่เว้นแม้แต่เรื่องของ “ความรัก” ของคนเราที่เกิดขึ้นกับใครก็ได้ ที่ไหนก็ได้ และเพศใดก็ได้ บนโลกใบนี้กรุงเทพฯ ในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แหล่งชุมนุมคนหนุ่มสาวมากมายที่เข้ามาอยู่ร่วมกัน “พาย” (ออม-สุชารัตน์ มานะยิ่ง) นศ.สาววัยสดใส จู่ ๆ ต้องเก็บข้าวของออกจากหอฯ เก่าด้วยความรำคาญใจสุด ๆ จากเพื่อนสาวร่วมห้องคนเก่าอย่าง “เจน” (ดิว-อริสรา ทองบริสุทธิ์) ที่ฟูมฟายไม่ยอมหยุดหลังจากโดนแฟน “ทอมบอย” ทิ้ง ด้วยสภาพการณ์แบบนี้ทำให้ทัศน์คติของพายที่มีต่อ “ทอม” หรือ “หญิงรักหญิง” ไม่ดีอยู่แล้วกลับดูแย่กว่าเดิม…พายเอง แม้ยังไม่มีใครที่เรียกว่าแฟนได้เต็มปากแต่เธอก็มีพี่ “แวน” (บอล – สรณัฐ ยุปานันท์) ชายหนุ่มแสนดี อบอุ่น แถมยังแอบชอบเธอมานานแล้ว พี่แวน คอยดูแลเอาใจใส่เธอตั้งแต่เล็กจนโต เพราะครอบครัวของพายเองโดยเฉพาะคุณแม่ (อุ๋ย – มณีรัตน์ วงศ์จีระศักดิ์) ก็ไฟเขียวเต็มที่หวังว่าทั้งคู่จะคบหาเป็นแฟนกันต่อไปแต่จะบอกว่า..คนเรา..เกลียดสิ่งใดมักเจอสิ่งนั้น…เหมือนเบื้องบน (แกล้ง) บันดาลให้ “พาย” ต้องมาเจอกับรูมเมทคนใหม่ “คิม” (ติ๊นา – ศุภนาฎ จิตตลีลา) เพื่อนหญิง น่ารัก เท่ห์ และหน้าตาท่าทางเหมือนผู้ชายมาก ๆ ….แค่วันแรกที่ต้องอยู่ห้องเดียวกัน พายเริ่มตั้งแง่รังเกียจกับ คิม ด้วยการขีดเส้นพื้นที่อาณาเขตของตัวเองทันที… แม้ “คิม” จะงง ๆ กับพฤติกรรมของเพื่อนร่วมห้องของตัวเอง แต่ด้วยความที่นิสัยง่าย ๆ สบาย ๆ และยังเป็นคนชอบเทคแคร์คนอื่น ความน่ารักของ “คิม” กลายเป็นจุดเด่นขึ้นมา แม้กระทั่งเจน ที่เพิ่งอกหักหมาด ๆ ก็ยังวิ่งเข้าใส่… ( เฮ้อ..อารายจะขนาดนั้นเนี่ย…)เวลาที่เดินไปข้างหน้า นำพาสิ่งใหม่ ๆ เข้ามาในชีวิต ในห้องเล็ก ๆ ของหอพักแห่งนี้ “พาย” และ “คิม” ได้เรียนรู้กันและกัน ได้สัมผัสถึงความรู้สึกดี ๆ ที่มีให้กัน ผสมกับบางสิ่งที่สับสน-ขัดแย้งอยู่ในใจ… โดยทั้ง 2 คนก็หาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่า…สิ่งที่เกิดขึ้นมานั้นเรียกว่าอะไร “ใช่” “ความรัก” หรือ “ไม่” …แล้วจะทำอย่างไรล่ะ.. ถ้าใจมันเกิดบอกว่า “ใช่” ขึ้นมา…..เปิดใจกันเลยมั้ยว่า..ถ้า “อยากรัก…ก็รักซะเลย” !!!!
เมื่อชีวิตต้องพังทลายเพราะอุบัติเหตุในอดีต ชายหนุ่มที่ยังไม่ยอมแพ้กลับได้โอกาสย้อนมุมมองบางอย่าง—การได้ “อยากรักก็รักเลย” ไม่ได้หมายถึงความโรแมนติกง่ายๆ แต่มันคือบททดสอบว่าความสัมพันธ์จะเดินไปได้แค่ไหน หากความทรงจำและการตัดสินใจของเขาไม่ได้อยู่ในมืออย่างสมบูรณ์
เรื่องเริ่มจากความเชื่อมั่นของตัวเอกที่คิดว่า “ถ้ากลับไปแก้ไข” ทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ยิ่งพยายามปรับเหตุการณ์ เขากลับยิ่งเห็นว่าปมที่ทำร้ายใจไม่ได้จบแค่การเปลี่ยนฉากเหตุการณ์เดียว ความสัมพันธ์ที่ค่อยๆก่อตัวจึงมีทั้งความหวัง ความลังเล และความเสี่ยงที่จะทำร้ายอีกฝ่ายโดยไม่ตั้งใจ ระหว่างทางเขาต้องเผชิญคำถามใหญ่—การรักที่เกิดขึ้นในเงื่อนไขพิเศษนั้นยังเป็นรักจริงหรือไม่ และคนเราจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่เลือกได้แค่ไหน แม้จะมีเส้นทางให้ทดลองซ้ำหลายครั้งก็ตาม
หัวใจของเรื่องอยู่ที่ “ความรักกับความรับผิดชอบ” มากกว่าความหวานแบบเส้นตรง บรรยากาศความคับแคบทางอารมณ์ทำให้ทุกการตัดสินใจรู้สึกหนักขึ้น ขณะเดียวกันการเล่าเรื่องยังคงจังหวะที่ชวนติดตาม เพราะความสัมพันธ์ค่อยๆเปลี่ยนจากความตั้งใจไปสู่ความรู้สึกที่ยากจะควบคุมได้
ถ้าคุณชอบหนังรักที่ไม่ปล่อยให้ความรู้สึกไหลไปแบบง่ายๆ เรื่องนี้จะตอบโจทย์ เพราะมันจับความสัมพันธ์มาวางบนกรอบของการตัดสินใจและผลกระทบที่ย้อนกลับมา แต่ละฉากทำให้รู้สึกว่า “การทดลอง” ไม่ได้ช่วยลบความเจ็บทั้งหมด ผู้ชมที่อยากดูความหวานล้วนๆอาจต้องปรับความคาดหวังนิดหนึ่ง—นี่คือหนังรักที่ตั้งใจให้คนดูคิดตามควบคู่ความรู้สึก




