เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง True Grit (2010) ยอดคนจริง
ชื่ออังกฤษ: True Grit
ชื่อไทย: ยอดคนจริง
ปีที่ออกฉาย: 2010
True Grit คือเรื่องราวผจญภัยในโลกคาวบอยราวกับเทพนิยาย โดยว่าด้วยเรื่องราวของความพยาบาทเคียดแค้นและความกล้าหาญ จากงานกำกับของผู้กำกับระดับรางวัลออสการ์ โจล และอีธาน โคเอน ที่ช่วยกันดัดแปลงบทอันน่าตื่นเต้นที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขัน การเล่าเรื่องที่แสนห้าวหาญ และความงดงามที่หยาบกระด้างของนิยายคลาสสิกสัญชาติอเมริกันของ ชาร์ลส์ พอร์ทิส ในยุค 1870 อเมริกาเพิ่งผ่านสงครามกลางเมืองมา และคนเล่าเรื่องก็คือ แม็ทตี้ รอสส์ ที่ออกเดินทางมายังฟอร์ทสมิธ, อาร์แคนซอส์ โดยตั้งใจจะมาเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับการตายของพ่อของเธอ ที่ถูกยิงตายอย่างเลือดเย็น สีสันของภาพยนตร์เรื่องนี้ก็คือทีมนักแสดง ซึ่งประกอบไปด้วย นักแสดงชายเจ้าของรางวัลออสการ์ เจฟฟ์ บริดเจส (Crazy Heart), นักแสดงชายผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ แม็ตต์ เดม่อน (Invictus), นักแสดงชายผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์ จอช โบรลิน (Milk), แบร์รี่ เป๊ปเปอร์ (Saving Private Ryan) และนักแสดงหน้าใหม่ เฮลี่ สไตน์เฟลด์ ในบทหนึ่งในนางเอกสาวที่เก่งกล้าที่สุดในผลงานวรรณกรรม True Grit เขียนบทและกำกับโดย โจลและอีธาน โคเอน และอำนวยการสร้างโดย สก็อตต์ รูดิน, อีธาน โคเอน และโจล โคเอน ทีมผู้อำนวยการสร้างบริหาร ได้แก่ สตีเว่น สปีลเบิร์ก, โรเบิร์ต กราฟ, เดวิด เอลลิสัน, พอล ชเวก และเมแกน เอลลิสัน แม็ทตี้ รอสส์ (สไตน์เฟลด์) เดินทางมาถึงฟอร์ทสมิธ เพื่อเป็นตัวแทนเพียงหนึ่งเดียวของครอบครัว เพื่อตามหาคนตาขาว ทอม ชานี่ย์ (โบรลิน) ซึ่งมีคนบอกว่าเป็นคนฆ่าพ่อของเธอเพื่อทองคำสองชิ้น ก่อนจะเดินทางหลบหนีไปยังเขตแดนของพวกอินเดียนแดง เพราะต้องการตามหาตัวชานี่ย์ และเห็นเขาโดนแขวนคอกับตา แม็ทตี้จึงได้ขอความช่วยเหลือ
เด็กสาวคนหนึ่งต้องพยายามทวงความยุติธรรมหลังเหตุร้ายผลักให้ชีวิตเปลี่ยนไปเร็วเกินรับมือ เธอออกเดินทางร่วมกับชายเจ้าบทชะตาและนักล่าคนที่พกทั้งประสบการณ์และความระแวง ในถิ่นที่กฎเกณฑ์ไม่เคยอ่อนโยน การเอาชีวิตรอดจึงไม่ใช่แค่เรื่องระยะทาง แต่คือเรื่องศักดิ์ศรี ความกล้าหาญ และสิ่งที่ยอม “เชื่อ” แม้โลกจะไม่เป็นใจ
คดีหนึ่งเริ่มต้นจากความสูญเสียที่ทำให้เด็กสาวไม่ยอมปล่อยให้ความจริงเลือนหาย เมื่อเธอเริ่มไล่ตามร่องรอย เธอต้องเผชิญทั้งความกลัว ความเหนื่อย และคนที่มองเธอเป็นเพียงภาระ ชายที่รับหน้าที่ช่วยเหลือไม่ได้เข้ามาด้วยความเมตตาแบบง่ายๆ เขาคิดเป็นเหตุผล ถือตรงตามหลักของตัวเอง และค่อยๆ ถูกบีบให้ทบทวนว่าความ “ถูกต้อง” หมายถึงอะไรสำหรับคนที่ไม่มีทางเลือก
ระหว่างทาง ทั้งสามคนต้องอ่านเกมของผู้คนและภูมิประเทศไปพร้อมกัน อุปสรรคผลัดกันมา ทั้งการตามล่า การต่อรอง และการเผชิญหน้าที่ต้องตัดสินใจแบบทันทีทันควัน บาดแผลเก่าของแต่ละคนถูกลากออกมาไม่ใช่เพื่อให้ร้องไห้ แต่เพื่อให้การเคลื่อนไหวไปต่อได้จริง ยิ่งใกล้เป้าหมาย ความเสี่ยงก็ยิ่งไม่ใช่แค่เรื่องแพ้ชนะ แต่คือการยืนหยัดในสิ่งที่ตนเชื่อว่าไม่ควรแลกด้วยการยอมจำนน
หนังขับแรงด้วยไดนามิกของ “การเอาตัวรอด” ที่ผูกกับ “ศักดิ์ศรี” แทนที่จะพึ่งความหวือหวา การไล่ตามร่องรอยมีความเป็นขั้นเป็นตอน ทำให้คนดูลุ้นด้วยความอึดและการสังเกต ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครค่อยๆ เปลี่ยนจากความจำเป็นกลายเป็นความเข้าใจที่ไม่พูดเยอะแต่รู้สึกได้
True Grit (2010) ยอดคนจริง เด่นที่การเล่าแบบจริงจังและการเดินเรื่องที่พาเข้าไปในโลกของการตามล่าอย่างมีเหตุผล ความตึงไม่ได้มาจากการหักมุมถี่ๆ แต่เกิดจากการที่ตัวละครต้องแบกทั้งความกลัวและพันธะของตัวเองไปพร้อมกัน ข้อดีคือหนังทำให้ “การไล่ล่า” กลายเป็นเรื่องของใจได้อย่างแนบเนียน ส่วนใครที่ชอบงานตะวันตกแบบดิบๆ ที่ให้คุณค่ากับการตัดสินใจและความอดทน จะเข้าทางมากกว่า




