เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Water Man (2020) เดอะ วอเตอร์ แมน
- ชื่ออังกฤษ: The Water Man
- ชื่อไทย: เดอะ วอเตอร์ แมน
- ปีที่ออกฉาย: 2020
เด็กคนหนึ่งออกเดินทางเพื่อช่วยแม่ที่ร้ายกาจของเขาด้วยการค้นหาบุคคลในตำนานที่กล่าวว่ามีพลังในการฟื้นคืนชีพ “The Water Man” กันเนอร์ (ลอนนี่ ชาวิส) ออกเดินทางเพื่อไปช่วยแม่ที่ไร้ความสามารถ
(โรซาริโอ ดอว์สัน) ผ่านการค้นหาบุคคลในตำนาน ผู้มีหนทางสู่กาลนิรันดร์ มนุษย์น้ำ “เดอะ วอเตอร์ แมน” หลังจากได้รับความช่วยเหลือจากโจ (อามิอาห์ มิลเลอร์) เด็กในละแวกบ้านลึกลับ พวกเขาได้ผจญภัยร่วมกันในขุมทรัพย์ Wild Horse อันไกลโพ้น
แม้จะประสบกับความสำคัญมากขึ้น ป่าก็จะยิ่งแปลกและอันตรายมากขึ้นเท่านั้น สมมติฐานที่โดดเดี่ยวในการช่วยเหลือคือพ่อของกันเนอร์ (เดวิด โอเยโลโว) ผู้ซึ่งตั้งใจแน่วแน่ที่จะตามหาพวกเขา และในกระบวนการนี้จะค้นพบว่าใครคือลูกของเขาจริงๆ
เรื่องราวเริ่มจากเด็กชายที่ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความโดดเดี่ยวและความไม่เข้าใจในบ้านของตัวเอง จนกระทั่งมีใครบางคนเล่า “ผู้ชายคนหนึ่งจากน้ำ” ผู้คอยพาเด็กให้พ้นจากสิ่งที่น่ากลัว แต่คำถามใหญ่คือ เขาจะช่วยจริงหรือกำลังพาเด็กเข้าไปใกล้อันตรายมากขึ้นกันแน่ เมื่อความทรงจำและคำบอกเล่ากลายเป็นเงื่อนไขให้ต้องเชื่อหรือไม่เชื่อ เด็กจึงต้องตัดสินใจด้วยหัวใจและสัญชาตญาณท่ามกลางบรรยากาศกดดัน
เด็กชายผู้รู้สึกเหมือนโลกไม่ได้ให้พื้นที่กับเขา เริ่มผูกความหวังไว้กับเรื่องเล่าของ “The Water Man” ที่พูดถึงการเยียวยาด้วยน้ำและการพาไปสู่อีกด้านของความเจ็บปวด เรื่องเล่านั้นทำให้เขามองเห็นทางออก แม้จะมาพร้อมความสั่นกลัวบางอย่างที่ไม่ยอมจางหาย ทั้งความเงียบในบ้าน ภาพสะท้อนที่ชวนระแวง และสัญญาณเล็กๆ ที่เหมือนจะบอกว่าเรื่องเล่าไม่ได้เป็นแค่ตำนาน
ยิ่งเข้าใกล้ความจริง เด็กชายยิ่งพบว่าคำสัญญามักมาพร้อมเงื่อนไข และการช่วยเหลืออาจมีราคาที่ไม่พูดออกมาตรงๆ เขาต้องพยายามแยก “ความเชื่อ” ออกจาก “ความจริง” ขณะที่สภาพแวดล้อมรอบตัวค่อยๆ ทำให้สถานการณ์ตึงแน่นขึ้นทีละนิด และทุกครั้งที่เขาคิดว่ามีคำตอบ ก็มีอีกมุมหนึ่งที่ทำให้ต้องตั้งคำถามใหม่ ทั้งหมดนำไปสู่การเดินทางทางอารมณ์และความหวาดระแวงที่พาให้ผู้ชมติดตามความหมายของตำนานไปพร้อมกัน โดยยังไม่เผยว่าความจริงจะพาเขาไปทางใด
จุดเด่นอยู่ที่ความคลุมเครือของตำนานกับความรู้สึกทางใจของเด็กที่ค่อยๆ ถูกบีบให้ตัดสินใจ บรรยากาศชวนอึดอัดทำงานได้ดี ทั้งภาพและจังหวะที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังถูกดึงเข้าไปอยู่ในความกลัวเดียวกัน อีกทั้งยังใช้ความสัมพันธ์ภายในบ้านเป็นแรงขับทางอารมณ์ ทำให้เรื่องไม่ได้เป็นแค่ผีหลอน แต่เป็นความพยายามเอาตัวรอดจากสิ่งที่เข้าใจยาก
The Water Man (2020) เดอะ วอเตอร์ แมน เลือกเล่นกับความคลุมเครือมากกว่าการเฉลยตรงๆ ทำให้ความน่ากลัวมีทั้งรูปธรรมและนามธรรม ผู้ชมจะได้ลุ้นกับการตีความตำนานควบคู่กับการเติบโตทางอารมณ์ของตัวละคร อย่างไรก็ตามคนที่ชอบคำตอบชัดเจนอาจรู้สึกว่าบางช่วงยังปล่อยพื้นที่ให้จินตนาการเยอะไป แต่ถ้าคุณอินกับหนังบรรยากาศหม่นๆ ที่ใช้ความรู้สึกเป็นตัวขับ นี่คือเรื่องที่น่าจับตา




