เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Upside (2017) ดิ อัพไซด์
ดิ อัพไซด์
(ชื่ออังกฤษ: The Upside)
ปีที่ออกฉาย: 2017
ดูที่ความสัมพันธ์ระหว่างชายผู้มั่งคั่งที่สูญเสียการเคลื่อนไหวและบุคคลไร้งานที่มีประวัติอาชญากรรมลงทะเบียนเพื่อช่วยเหลือเขาในฝรั่งเศส เปิดตัวในปี 2011 และได้รับคำชมเชยจากการจ่ายเงินค่าเหนื่อยที่รุนแรงเรื่องราวของความปลอดภัยที่คาดไม่ถึงระหว่าง Philip (Brian) หัวหน้า honcho ผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ “ดิ อัพไซด์” ทำให้เขาเกือบอ่อนแอและใช้ความคิดที่เหลืออยู่ในเก้าอี้รถเข็นจนกระทั่งเหตุการณ์ทางสังคม “The Upside” อดีตนักโทษตกงานต้องเริ่มต้นชีวิตใหม่และออกมาจากคนสองคนที่แตกต่างจากสีน้ำเงินที่แปลก ๆ ฟิลลิปในฐานะผู้พิทักษ์การบูรณะบุคคล อย่างไรก็ตามมันเป็นพลังของผู้บริหารอย่างฟิลลิปที่ต้องการให้เขาจัดการแม้ว่าจะถูกปฏิเสธโดย Yewon (นิโคลคิดแมน) เลขานุการของเขาเองมันเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ในครอบครัวที่เริ่มต้นจากความแตกต่างและก่อให้เกิดพันธะที่แข็งแกร่ง ตำรวจพุ่งผ่านนิวยอร์กซิตี้ใน Ferrari, Dell, Scott (Kevin Hart) และ Philip Placa Youngster (Brian Cranston) ที่พิการ, Dell มีอิทธิพลต่อผู้เชี่ยวชาญที่เขาเร่งรีบไปที่ห้องฉุกเฉิน Philip; ฟิลิปเล่นอย่างไม่เต็มใจและทั้งคู่ถูกพาตัวไปที่โรงงานเมื่อครึ่งปีก่อน เดลล์ต้องการลายเส้น เข้าสู่ระบบเพื่อแสดงว่าเขากำลังสแกนหาอาชีพมิฉะนั้นเขาจะได้รับทัณฑ์บนเพราะทัณฑ์บนของเขาก้าวหน้า เขาเข้าไปในโครงสร้างเพื่อรับอาชีพการทำความสะอาด ไม่ว่าจะจบลงที่จุดฟิลิปซึ่งเป็นผู้มั่งคั่งฟิลิปกำเริบกับเพื่อนร่วมงานของเขาอีวอนน์ Pendleton (นิโคลคิดแมน) กำลังพบกับผู้สมัครในฐานะผู้รักษาประตู เดลล์เข้ามาและกล่าวถึงสำนักพิมพ์สำหรับหัวหน้าผู้คุมคดีหลังทดลอง ประหลาดใจฟิลิปเสนองานของอีวอนน์เพื่อ จำกัด เขา ไม่ว่าในกรณีใดเดลล์ก็ไม่สามารถทำได้
The Upside (2017) ดิ อัพไซด์ เล่าเรื่องชายผู้สูญเสียความเป็นตัวเองจากอุบัติเหตุร้ายแรงที่ทำให้ต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตใหม่ ขณะที่ระบบช่วยเหลือทั้งหมดกำลังจะเป็น “หน้าที่” มากกว่าจะเป็น “ความเข้าใจ” เขาจึงได้เจอกับผู้ช่วยที่มองชีวิตต่างจากคนอื่น ความสัมพันธ์ที่เริ่มจากความจำเป็นค่อยๆ เปิดพื้นที่ให้กันและกัน ทั้งความรู้สึก ความคับข้องใจ และความหวังเล็กๆ ที่กลับมามีความหมายอีกครั้ง
ชายคนหนึ่งใช้ชีวิตบนรถเข็นและต้องพึ่งพาคนอื่นในทุกวัน ความคาดหวังสูงจากโลกภายนอกทำให้ทุกบทสนทนาเต็มไปด้วยระยะห่าง จนในที่สุดเขาพบผู้ช่วยคนใหม่ที่ไม่ได้เข้ามาเพื่อสร้างภาพหรือพูดปลอบใจแบบสำเร็จรูป แต่กลับทำให้เรื่องราวเดินไปด้วยเสียงหัวเราะ การปะทะกันด้วยเหตุผลแบบคนธรรมดา และมุมมองที่แรงพอจะทำให้เขากล้าตั้งคำถามกับชีวิตของตัวเอง ทั้งคู่เริ่มเรียนรู้จังหวะกันและกัน—บางวันคือกำลังใจ บางวันคือความเงียบที่เต็มไปด้วยความจริง เมื่อความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้น สิ่งที่เคยถูกเก็บไว้ใต้ความระมัดระวังเริ่มโผล่ขึ้นมา ไม่ใช่เพื่อทำให้ใครเสียใจ แต่เพื่อให้เข้าใจว่าความ “พอดี” ของชีวิตนั้นไม่ได้วัดจากสภาพร่างกายอย่างเดียว
หนังเด่นที่เคมีระหว่างตัวละครสองแบบที่ไม่เหมือนกัน—หนึ่งคือความนิ่งที่ซ่อนความเจ็บปวด อีกคนคือความตรงไปตรงมาที่กลายเป็นแรงขับให้ทุกอย่างขยับ เดินเรื่องด้วยความอบอุ่นปนมุกและบทสนทนาที่คมพอจะพาคนดูมาคิดตามเอง ภายใต้จังหวะเบาสบาย ยังมีการแตะประเด็นศักดิ์ศรี ความยินยอม และการเลือกมองโลกใหม่อย่างจริงจัง
The Upside (2017) ดิ อัพไซด์ ใช้ความสัมพันธ์เป็นแกนหลักในการเยียวยา มากกว่าสร้างความตื่นเต้นด้วยเหตุการณ์ หนังเดินด้วยอารมณ์ของการอยู่ร่วมกัน—ทั้งรอยร้าว ความเข้าใจผิด และการยอมรับที่เกิดขึ้นทีละน้อย ผลลัพธ์คือหนังดูสนุกในจังหวะผ่อนคลาย แต่ทิ้งความคิดเรื่องความหมายของชีวิตไว้ให้ผู้ชมหลังจากภาพจบโดยไม่ต้องไปชี้คำตอบ




