เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Tomorrow War (2021) เดอะ ทูมอร์โรว์ วอร์
- ชื่ออังกฤษ: The Tomorrow War
- ชื่อไทย: เดอะ ทูมอร์โรว์ วอร์
- ปีที่ออกฉาย: 2021
คนในครอบครัวถูกเกณฑ์ให้ต่อสู้ในการปะทะกันในอนาคตซึ่งชะตากรรมของมนุษยชาติขึ้นอยู่กับความสามารถของเขาในการต่อต้านอดีต “The Tomorrow War” โลกนี้ไร้ความสามารถเมื่อเรื่องทางสังคมของบุคคลที่ไปๆมาๆ มาๆ มาตั้งแต่ปี 2051 ผ่านไป ข้อความพื้นฐาน:
หลังจากสามสิบปีผ่านไป มนุษยชาติกำลังสูญเสียการต่อสู้กับการรวมตัวของสิ่งมีชีวิตร้ายกาจ สิ่งเดียวที่คาดหวังความพากเพียรคือเจ้าหน้าที่และบุคคลมาตรฐานจากปัจจุบันที่จะย้ายไปยังอนาคตและเข้าร่วมการต่อสู้ ในบรรดาผู้ที่ลงทะเบียนเป็นผู้ช่วย
นักการศึกษาและคนในครอบครัว แดน ฟอเรสเตอร์ (คริส แพรตต์) วางแผนกอบกู้โลกสำหรับหญิงสาวของเขา แดนร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญที่ยอดเยี่ยม (อีวอนน์ สตราฮอฟสกี้) และพ่อที่หงุดหงิด (เจเค ซิมมอนส์) ในการออกสำรวจอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขการกำหนดล่วงหน้า
ของดาวเคราะห์
ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2565 นักการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์และอดีตกรีน เบเรต์ แดน ฟอเรสเตอร์ ล้มเหลวในการติดตามอาชีพอื่นในสถานที่สืบสวนที่ได้รับการยกย่อง “เดอะ ทูมอร์โรว์ วอร์” ขณะดูบอลโลก เจ้าหน้าที่จากปี 2051
ปรากฏตัวเพื่อเตือนว่ามนุษยชาติใกล้ถึงจุดจบที่ยากเย็นแสนเข็ญอันเนื่องมาจาก การทะเลาะวิวาทกับผู้ขับไล่ผู้ถูกขับไล่ซึ่งถูกกล่าวหาว่าเป็น “ไวท์สไปค์” ไวท์สไปค์จะปรากฏตัวในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2048 และสังหารมนุษยชาติส่วนใหญ่ในอีก 3 ปีต่อมา
ตามความจำเป็น กองทัพของโลกจะถูกส่งไปยังอนาคตผ่านอุปกรณ์รูหนอนที่เรียกว่า ” Jumplink” ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ที่ต่ำกว่า 30% ต้องได้รับความเดือดร้อนจากสมาคมในการส่งคืนใน 7 วัน โดยยุยงให้มีการร่างจดหมายทั่วโลก
แดนได้รับแจ้งว่าเขาได้รับการเกณฑ์ทหารแล้วและรายงานกับผู้ร่างแบบหลายคนในการวางแผนขั้นพื้นฐาน แดนพบว่าชาร์ลีมีดราฟท์คนเดียวเพื่อขัดขวาง ปัญหาที่ร่างไว้ตอนนี้เตะถังก่อนเริ่มการโต้เถียงส่งร่างตรงเวลาไปยังพื้นที่ภัยพิบัติบนหาดไมอามี่แม้จะมี
suff น้อยมาก เอ่อ ถูกทิ้งสูงเหนือเมืองโดยไม่คาดคิด พันเอก ฟอเรสเตอร์ ผู้บัญชาการภาคสนาม บงการทหารเกณฑ์เพื่อให้แน่ใจว่าห้องปฏิบัติการในบริเวณใกล้เคียงมีกำลังงานก่อนที่จะทำความสะอาดพื้นที่ พวกเขาพบว่าเจ้าหน้าที่ห้องแล็บตายแล้ว
แต่ยังกู้คืนการประเมินได้ วิทยุแดน ร้องขอเกี่ยวกับสถานการณ์และเขาได้รับการศึกษาว่าไม่มีความช่วยเหลือใดในการช่วยเหลือนักสู้ที่ถูกทอดทิ้ง เกือบทุกคนล้มเหลวอย่างน่าสังเวช ข้าง Charlie, Dan และ Dorian
การต่อสู้ที่กำหนดแนวทางปฏิบัติที่สามของเขาสู่อนาคต ผู้รอดชีวิตในค่ายยุทธศาสตร์ในสาธารณรัฐโดมินิกัน แดนรายงานต่อ พ.อ. ฟอเรสเตอร์ ซึ่งจบลงด้วยการเป็นมูริ หญิงสาวผู้ถูกสร้างมาของเธอ
เธอขอให้เขาไปกับกองถ่ายของเธอเพื่อเอาไวต์สไปค์ตัวเมียซึ่งพิเศษกว่าที่คนทั่วไปมีประสบการณ์ พวกมันดักและล้อมกำแพงไว้ในพื้นที่ของตัวเมีย เพื่อให้คนจำนวนมากกระโดดขึ้นประจำตำแหน่ง ในขณะที่เฮลิคอปเตอร์พร้อมตัวเมียบินขึ้น Dan และ Muri
ก็บินไปที่ชายหาดและวิทยุเพื่อช่วยเหลือ Muri เปิดเผย ถึงแดน ด้วยความงุนงงกับชีวิตที่ตกงาน เขาจึงละครอบครัวและเตะตู้คอนเทนเนอร์ในอุบัติเหตุทางรถยนต์ในปี 2030 แดน มูรี
และไวท์สไปค์เพศเมียถูกย้ายไปที่แท่นขุดเจาะน้ำมันใกล้กับพอร์ตเนลสันที่ซึ่ง พบ Jumplink
เมื่อหายนะจากสงครามอนาคตใกล้เข้ามา มวลมนุษยชาติต้องพึ่งการตัดสินใจที่เสี่ยงเกินจะย้อนกลับได้ ชายคนหนึ่งถูกดึงเข้าสู่เกมสงครามที่เปลี่ยนกติกา—ไม่ใช่แค่การสู้รบ แต่คือการรับมือกับความหมายของการ “มาสาย” ในโลกที่กำลังล่มสลาย เขาต้องหาทางต่อรองกับเวลา ท่ามกลางความโกลาหลที่ทั้งเปราะบางและน่าหวาดหวั่น
เรื่องเริ่มจากสัญญาณเตือนอันรุนแรงว่าอนาคตที่เลวร้ายกำลังจะมาถึง และมีเพียงมาตรการเดียวที่ทำให้ผู้คนรุ่นปัจจุบันมีโอกาสเอาชนะ นั่นคือการส่งบุคลากรย้อนเวลากลับไปเพื่อเปลี่ยนเส้นทางของเหตุการณ์ ชายผู้ถูกเลือกออกเดินทางท่ามกลางภารกิจที่ไม่ให้พื้นที่กับความลังเล—เขาต้องเผชิญทั้งการฝึก การปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีและยุทธวิธีที่เหนือกว่าสิ่งที่เคยรู้ และความจริงที่ว่าเปลี่ยนอนาคตไม่ใช่เพียง “ชนะการรบ” แต่คือการตัดสินใจที่ส่งผลลึกกว่าที่คาดไว้ ในสนามรบที่เต็มไปด้วยความสูญเสีย ความหวังจึงผูกอยู่กับวินาทีเล็กๆ และการเลือกของคนที่ไม่เคยคิดว่าจะมีบทบาทต่อชะตากรรมระดับโลก
จุดเด่นอยู่ที่แรงกดดันแบบสงครามตลอดเรื่อง ภาพรวมทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าทุกวินาทีมีราคา ขณะเดียวกันก็สอดแทรกความงงงันจากการย้อนเวลา—กติกาใหม่ทำให้ภารกิจดูทั้งยิ่งใหญ่และเปราะบาง นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่าง “หน้าที่” กับ “ความเป็นมนุษย์” ยังทำให้ตัวละครไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือของภารกิจ แต่เป็นคนที่ต้องรับน้ำหนักการตัดสินใจของตัวเอง
The Tomorrow War (2021) เดอะ ทูมอร์โรว์ วอร์ ทำงานได้ดีในความเป็นหนังแอ็กชันที่มีแกนความคิดเรื่องเวลาและความรับผิดชอบ แม้โครงเรื่องจะพาคุณไปในเส้นทางที่เต็มไปด้วยเหตุการณ์กดดัน แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องน่าติดตามคือการมองว่าการเปลี่ยนอนาคตยังต้องจ่ายด้วยต้นทุนของคนตรงหน้า จุดที่อาจไม่ถูกใจทุกคนคือจังหวะบางช่วงที่เร่งไปตามภารกิจ ทำให้รายละเอียดบางอย่างถูกสรุปเร็ว อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณชอบหนังสงครามที่มีเดิมพันทางอารมณ์และความเร่งรัดพอดี นี่คือทางเลือกที่คุ้ม




