เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Incredible Monk (2018) จี้กง คนบ้าหลวงจีนบ๊องส์ ภาค 1
ชื่ออังกฤษ: The Incredible Monk
ชื่อไทย: จี้กง คนบ้าหลวงจีนบ๊องส์ ภาค 1
ปีที่ออกฉาย: 2018
ในวิหาร Xuanguang อาศัยพระภิกษุที่มีพลังเหนือธรรมชาติชื่อ Butong อยู่มาวันหนึ่งผู้ให้คำปรึกษาของเขากงถูกฟ้าผ่าและตระหนักว่าเขาเป็นวิญญาณของ Crouching Tiger Arhat ผู้ซึ่งมายังโลกมนุษย์เพื่อให้คำแนะนำแก่เขาภาพยนตร์เรื่องนี้นำจีจี้มาผจญภัยอีกครั้งในขณะที่เขาต่อสู้ปีศาจเพื่อช่วยชีวิตผู้คน มันเป็นช่วงเวลาแห่งความสงบสุขเนื่องจากคำพูดของพลังที่ไร้ขีด จำกัด ของจีกองได้แพร่กระจายไปทั่วแผ่นดินและไม่มีปีศาจปีศาจหรือความชั่วร้ายที่กล้าสร้างความหายนะยกเว้นปีศาจน้ำที่บางครั้งทำให้เกิดปัญหาโดยน้ำท่วมแม่น้ำ อยู่มาวันหนึ่งปีศาจน้ำรวมพลังอื่น ๆ เพื่อสร้างสึนามิที่คุกคามว่าคุกคามที่จะกลืนทุกอย่างที่ขวางหน้า จีกงก้าวขึ้นมาเพื่อช่วยชีวิตประจำวัน แต่ตระหนักดีว่าการสมคบคิดที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นอยู่ในผลงาน
ในภาคแรกของ The Incredible Monk (2018) จี้กง คนบ้าหลวงจีนบ๊องส์ เรื่องราวพาไปพบหลวงที่ดูเหมือนไม่ได้เรื่อง แต่กลับมีไหวพริบและอารมณ์ขันที่ทำให้คนรอบข้างต้องตามแก้เกมไปเรื่อยๆ เมื่อภารกิจท้าทายเริ่มเข้มขึ้น ทุกการตัดสินใจของเขากลายเป็นชนวนทั้งความวุ่นวายและความหวัง ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ของตัวละครก็เผยแง่มุมที่ไม่คิดว่าจะจริงจังขนาดนี้
ช่วงต้นเรื่อง หลวงผู้มีมาดแปลกๆ เดินทางและพัวพันกับเหตุการณ์ที่เหมือนตั้งใจให้คนมองว่าเขา “ทำพลาด” เสียมากกว่า แต่ยิ่งสถานการณ์รัดตัว เขาก็ยิ่งใช้ความคิดนอกกรอบ ทั้งวิธีรับมือเฉพาะหน้าและการเอาตัวรอดแบบที่คนอื่นคาดไม่ถึง ระหว่างทางเขาต้องเผชิญอุปสรรคจากทั้งคนที่หวังผลประโยชน์และความไม่ไว้ใจของผู้ร่วมทาง ภารกิจที่ควรจะตรงไปกลับค่อยๆ แตกเป็นหลายชั้น ทุกครั้งที่ดูเหมือนจะจบลง กลับมีข้อมูลใหม่หรือเงื่อนไขที่บิดโจทย์ให้กลับมาลุ้นใหม่อีกครั้ง
จุดเด่นอยู่ที่จังหวะ “บ้าพร้อมสาระ” การเล่าเรื่องผสมมุกกับความตึงเครียดได้พอดี ทำให้ความวุ่นวายไม่กลบความหมายของการต่อสู้เพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย นอกจากนี้ยังมีเสน่ห์จากการที่ตัวละครรอบข้างค่อยๆ เปิดมิติ ทั้งคนที่ตั้งใจเล่นงานและคนที่จริงใจกับภารกิจ ทำให้การปะทะแต่ละครั้งมีทั้งอารมณ์ขันและแรงกดดันจริงๆ
The Incredible Monk (2018) จี้กง คนบ้าหลวงจีนบ๊องส์ ภาค 1 เหมาะกับคนที่ชอบเรื่องซึ่งเดินเกมด้วยทั้งอารมณ์ขันและความกดดันไปพร้อมกัน เนื้อหาไม่ได้ปล่อยให้มุกกลายเป็นแค่ความบันเทิง เพราะยังมีแรงผลักให้ตัวละครต้องตัดสินใจภายใต้ความเสี่ยง ทำให้ดูเพลินและรู้สึกว่าเรื่องกำลังขยับไปข้างหน้าอย่างมีเป้าหมาย แม้บางจังหวะจะตั้งใจให้ดูอลหม่าน แต่ความอลหม่านนั้นสัมพันธ์กับแกนภารกิจอย่างชัดเจน




