เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Fugitive (1993) ขึ้นทำเนียบจับตาย
ชื่อไทย : ขึ้นทำเนียบจับตาย
ชื่ออังกฤษ : The Fugitive (1993)
ประเภทหนัง : Action, Crime, Drama
เรื่องย่อ
The Fugitive (1993) ขึ้นทำเนียบจับตาย ดร.ริชาร์ด คิมเบิล (แฮร์ริสัน ฟอร์ด) ศัลยแพทย์ชื่อดังถูกกล่าวหาว่าฆาตกรรมภรรยาตัวเอง คิมเบิลถูกจับ
ขณะที่รถขนถ่ายนักโทษกำลังเดินทางอยู่นั้นได้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้นักโทษหลายคนหลบหนีได้ รวมถึงคิมเบอร์ด้วยขณะเดียวกัน ทางการเจ้าหน้าที่ศาลสหรัฐ ที่นำโดย แซมมวล เจอราร์ด (ทอมมี ลี โจนส์)ผู้ซึ่งทำหน้าที่ได้อย่างเข้มข้น เด็ดขาดได้ออกตามล่าริชาร์ด คิมเบิล อย่างเต็มที่ ก่อนที่ริชาร์ดจะสอบสวนเรื่องราวทั้งหมดเองและพบว่าแท้ที่จริงแล้ว ผู้ที่วางแผนฆาตกรรมและใส่ร้ายเขานั้น คือ ดร.ชาร์ล นิโคลส์ (เจอเรน เครบเบ) เพื่อนศัลยแพทย์ของเขานั่นเองที่ต้องการลบชื่อริชาร์ดออกไป เพื่อที่จะขโมยงานวิจัยตัวยาของเขามาเป็นของตัวเอง
ชายคนหนึ่งถูกกล่าวหาว่าก่ออาชญากรรมรุนแรง และแทบไม่ทันตั้งตัวก็ต้องกลายเป็นผู้ลี้ภัย ท่ามกลางการตามล่าของเจ้าหน้าที่และความไม่ไว้วางใจจากคนรอบข้าง เขาพยายามเอาตัวรอดพร้อมไขความจริงทีละชั้น ขณะที่ความช่วยเหลือชิ้นเล็กๆ และความเชื่อผิดๆ อาจทำให้เขาเข้าใกล้คำตอบมากขึ้นหรือหล่นลงเหวลึกกว่าเดิม
หลังถูกจับและตั้งข้อหาซึ่งพลิกชะตารวดเดียว ชายผู้ถูกกล่าวหาเลือกเส้นทางเดียวที่เหลือคือหนี ช่วงแรกของการหลบหนีเต็มไปด้วยแรงกดดัน ทั้งการคาดเดาเจตนาของคนตามล่าและการระวังกับดักที่อาจซ่อนอยู่ทุกเส้นทาง เขาเริ่มพกความหวังไว้กับข้อมูลที่พอจะเชื่อมโยงอดีตเข้ากับปัจจุบัน แต่ยิ่งค้นยิ่งพบว่าเรื่องราวที่ดูตรงไปตรงมาอาจมีหลายชั้น โดยเฉพาะเมื่อทั้งผู้ไล่ล่าและผู้ถูกไล่ล่าต่างก็มีเหตุผลของตัวเอง การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่หนีเพื่อเอาตัวรอด แต่คือการต่อสู้กับความจริงที่ถูกบิดและคำโกหกที่พร้อมจะกลืนกินทุกหลักฐาน เขาต้องเลือกว่าจะเชื่อใครในวันที่ทุกอย่างกำลังบอกให้ระวัง และจะยอมเสียอะไรเพื่อแลกกับการหลุดพ้นจากเงาของข้อกล่าวหา
ความตึงเครียดเดินเร็วแบบไม่ปล่อยให้หายใจ ด้วยการไล่ล่าที่ทำให้ทุกฉากรู้สึกเหมือน “นาทีนี้” คือเดิมพัน ขณะเดียวกันหนังยังให้พื้นที่กับตรรกะและความพยายามของตัวเอกในการอ่านเกมของอีกฝ่าย การปะติดความจริงทีละจุดทำให้เรื่องราวน่าติดตามโดยไม่ต้องพึ่งพาเหตุบังเอิญมากเกินไป
The Fugitive (1993) ทำงานได้ดีในจังหวะระทึกและความกระชับของการเล่าเรื่อง เรื่องเดินด้วยแรงกดดันของการถูกตามล่าเป็นหลัก ขณะเดียวกันก็ชวนให้คิดต่อว่าอะไรทำให้เรื่องนี้ไปถึงจุดที่ไม่มีใครเชื่อกันได้ง่ายๆ หากคุณชอบหนังแนวไล่ล่าที่อาศัยความตึงและการค่อยๆ เผยเงื่อนทางความจริง หนังจะให้ความเพลิดเพลินและความลุ้นในระดับที่คุมอารมณ์ได้ค่อนข้างอยู่




