เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Death and Return of Superman (2019)
ชื่ออังกฤษ: The Death and Return of Superman
ปีที่ออกฉาย: 2019
เขา Death of Superman (2018) และ Reign of the Supermen (2019) ได้รับการนำเสนอชีวิตที่น่าเชื่อถือและคาดการณ์ได้สองชั่วโมงในภาพยนตร์ขณะดื่มจอห์นนี่ วอล์คเกอร์ผสมกับน้ำ Max Landis พูดคุยเกี่ยวกับ Superman และวิธีที่เขาส่งผลต่อจักรวาลของมุฮัมมัดเหนือมนุษย์ จนกว่าความนิยมของเขาจะลดลงในปี 2533 ประธานการ์ตูนดีซีตีความว่าการรวมตัวกันของซูแห่งสเกี่ยวข้องกันอีกครั้งเขาควรล้มเหลวอย่างน่าสังเวช แลนดิสวิเคราะห์รากฐานของวันโลกาวินาศและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในการต่อสู้กับซูเปอร์แมนจนกระทั่งการทำลายของฝ่ายตรงข้ามทั้งสอง การ์ตูนดีซีได้ส่งสำเนาเกินกว่า 3,000,000 ฉบับจาก 3 ฉบับของซูเปอร์แมน 3 ฉบับออกไปทั่วโลกเพื่อจุดประสงค์และวัตถุประสงค์ทั้งหมดที่จำหน่ายหมดภายในวันแรกของการจัดส่ง หลังความตายการ์ตูนดีซีแพร่กระจาย “The Reign of the Hero!” เรื่องราวรอบตัวซึ่งคุ้นเคยกับตัวละครสี่ตัวที่มั่นใจได้ว่าเป็น Superman One คือแฮงค์ชอว์หุ่นยนต์เวอร์ชั่นแห่งสแห่งสคนที่สามคนอื่น ๆ และรื้อหน้าทะเลชายฝั่ง เมืองทำให้ฮัลจอร์แดนสูญเสียความเชื่อมั่นในเหตุผลและดำเนินการคนเอกพจน์จากกรีนแลนเทิร์น ไซบอร์กซูเปอร์แมนยังคงจัดการด้วยความกลัวต่อไปจนกระทั่งซูเปอร์แมนที่ผ่านการรับรองปรากฏและขยี้เขา มันถูกเปิดเผยว่าแห่งสลุกขึ้นจาก “การรักษาอาการมึนงงเหมือนรัฐ” เป็นสัดส่วนกับความตายยกเว้นอย่างรวดเร็วการสร้างแห่งสพบกับแฟน ๆ ที่รู้สึกว่าถูกทรยศแห่งสการ์ตูนดีซี; การเตรียมการเคลื่อนไหวของซูเปอร์แมนลดน้อยลงและไม่เคยฟื้นตัวตั้งแต่ตอนนี้และในอนาคตอันใกล้ในขณะที่เขากำลังดื่มเครื่องดื่มชนิดหนึ่งของตัวเองอีกครั้ง แลนดิสแสดงให้เห็นถึงกิจกรรมที่หยิบขึ้นมาจากพ่อของเขาจอห์นแลนดิสเกี่ยวกับวิธีการฆ่าแวมไพร์หลังจากแลนดิสมีพลังมากขึ้นแสดงให้เห็นถึงเทคนิคต่าง ๆ ที่อ้างอิงในการแต่งแวมไพร์เช่นสเตคผ่านหัวใจและดวงอาทิตย์พ่อของเขาอธิบายว่า วิธีที่พวกเขาต้องการเนื่องจากแวมไพร์ไม่มีอยู่ ในระดับพื้นฐานโค้งของความตายแห่งสไม่ฆ่าแห่งส; ในทางกลับกันมันทำให้ความผิดปกติในหนังสือการ์ตูนกลายเป็นร้อยตัวละครในการ์ตูนที่จะเตะในอ่างและฟื้นคืนชีพขึ้นมาอย่างสม่ำเสมอในปีก่อนหน้า
เรื่องราวเริ่มจากจุดที่ไม่ควรเกิดขึ้น—ซูเปอร์แมนหายไปจากสายตาของผู้คนและทิ้งคำถามหนักอึ้งไว้เบื้องหลัง เมื่อการกลับมาของเขากลับมา “ไม่เหมือนเดิม” ผู้คนทั้งเมืองและผู้มีอำนาจต่างต้องเผชิญกับผลลัพธ์ของความศรัทธาที่สั่นคลอน ท่ามกลางแรงกดดันจากฝ่ายตรงข้ามและรอยร้าวในความเชื่อ เรื่องนี้จึงไม่ได้ว่าด้วยพลังเหนือมนุษย์เท่านั้น แต่เป็นการทดสอบว่าความหวังจะยืนหยัดได้มากแค่ไหนเมื่อความจริงตัดสินใจแทนหัวใจ
หลังเหตุการณ์ที่ทำให้โลกช็อก ซูเปอร์แมนกลายเป็น “ตำนาน” ที่ยังทิ้งเงาให้คนหวาดกลัวและตั้งคำถาม ขณะที่สัญญาณของการกลับมาเริ่มปรากฏ มีผู้คนบางกลุ่มเชื่อว่าความรอดกำลังมา ส่วนอีกฝ่ายกลับใช้ความสับสนนี้เป็นข้ออ้างเพื่อเร่งแผนของตัวเอง ความตึงเครียดลุกลามตั้งแต่ท้องถนนจนถึงศูนย์อำนาจ เพราะทุกการกระทำของซูเปอร์แมนถูกตีความไปคนละทาง จนเกิดการปะทะทั้งทางอำนาจและทางความคิด การเดินเรื่องจึงพาเราไล่ระดับจากความหวังไปสู่ความหวาดระแวง โดยให้รายละเอียดกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนที่ศรัทธาเขา กับคนที่ต้องการควบคุมเขา รวมถึงภาระที่มาพร้อมการกลับมาในรูปแบบที่ท้าทายคำว่า “เดิม”
จุดเด่นอยู่ที่ความหนักทางอารมณ์มากกว่าการเร่งฉากแอ็กชัน เพราะเรื่องค่อยๆ ปรับความหมายของความหวังผ่านสายตาคนรอบข้าง ฉากความขัดแย้งยังเสริมด้วยความคิดเรื่องศรัทธาและการใช้อำนาจที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าทุกฝ่าย “มีเหตุผลของตัวเอง” รวมถึงการวางความไม่สอดคล้องในตัวซูเปอร์แมนที่ทำให้ลุ้นว่าความจริงคืออะไรโดยไม่ต้องบอกตรงๆ ตั้งแต่ต้น
The Death and Return of Superman (2019) เล่าเรื่องด้วยแรงกดดันทางความคิดมากพอๆ กับแรงปะทะทางอำนาจ ทำให้ผู้ชมไม่ได้แค่มองหาผู้ชนะ แต่ได้เห็นว่าคนรอบข้างต้องรับมือกับสิ่งที่เปลี่ยนความหมายของเขาอย่างไร ข้อดีคือการเดินเรื่องที่ค่อยๆ ทำให้คำถามโตขึ้นเป็นชั้นๆ ขณะที่ความตื่นเต้นยังถูกแทรกอย่างพอดี เหมาะสำหรับคนที่ชอบซูเปอร์ฮีโร่แบบดราม่าและความเป็นมนุษย์ที่ซ่อนอยู่ใน “พลัง”




