เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The D Train (2015) คู่ซี้คืนสู่เหย้า
ชื่ออังกฤษ: The D Train
ชื่อไทย: คู่ซี้คืนสู่เหย้า
ปีที่ออกฉาย: 2015
แดน แจ็ค แบล็ค ประธานสมาคมศิษย์เก่าที่จะจัดงานคืนสู่เหย้า ต้องเดินทางไปลอสแองเจลิสเพื่อตามตัวโอลิเวอร์ เจมส์ มาร์สเด็น หนุ่มฮ็อตที่จบรุ่นเดียวกับเขาที่ตอนนี้ฮ็อตยิ่งกว่าเดิม และหว่านล้อมให้โอลิเวอร์มางานเลี้ยงรุ่นให้ได้
The D Train (2015) คู่ซี้คืนสู่เหย้า เล่าเรื่องชายวัยกลางคนที่เคยมีฝันจะเป็นครูและใช้ชีวิตกับการหวังผลเล็กๆน้อยๆในแต่ละวัน เมื่อความสัมพันธ์กับอดีตเพื่อนร่วมทางหวนกลับมา เขากลับต้องเผชิญทั้งความอึดอัดของอดีต และการตัดสินใจที่บานปลายจนกลายเป็นเรื่องตลกร้ายปนความเจ็บปวด ความใกล้ชิดที่เหมือนจะช่วยเยียวยา จึงกลับกลายเป็นแรงกดดันให้ทุกอย่างพังทลายแบบค่อยเป็นค่อยไป
เรื่องเริ่มจากความคิดฝังใจของตัวเอกที่มีต่อชีวิตและความหมายของ “การได้สอน” เขาหวังว่าจะได้มีที่ยืนอีกครั้ง และพยายามสานสัมพันธ์กับเพื่อนที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในอดีต แน่นอนว่าการกลับมาเจอกันไม่ได้ราบรื่น เพราะแต่ละคนมีบาดแผลและความคาดหวังไม่ตรงกัน เมื่อเวลาผ่านไป บทสนทนาเล็กๆ กลายเป็นความสัมพันธ์ที่ต้องทดสอบด้วยผลประโยชน์ ความภาคภูมิใจ และการยอมรับตัวเอง เหตุการณ์ที่ตั้งใจจะ “แก้เกม” กลับยิ่งทำให้สถานการณ์สลับซับซ้อนขึ้น จนความสนิทเริ่มเป็นทั้งอาวุธและกับดัก และสิ่งที่ตัวละครพยายามปกปิดก็เริ่มส่งเสียงดังขึ้นเรื่อยๆ
จุดแข็งของเรื่องอยู่ที่โทน “ตลกร้ายแบบคุมจังหวะ” ความอึดอัดไม่ได้มาเป็นฉากใหญ่ แต่ไหลเข้ามาในรายละเอียดของการพูด การเว้นจังหวะ และความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะเป็นมิตรแต่เต็มไปด้วยการคาดหวัง ส่วนแก่นเรื่องคือความปรารถนาที่อยากกลับไปแก้ตัวกับอดีต และราคาของการยืนกรานว่าตัวเองยัง “มีประโยชน์” อยู่
The D Train (2015) คู่ซี้คืนสู่เหย้า ไม่ได้พาไปสู่ความสนุกแบบโลดโผน หากแต่ใช้ความสัมพันธ์คู่หูเป็นฐานให้เกิดทั้งความตลกและความอึดอัดแบบต่อเนื่อง จุดที่น่าสนใจคือการชี้ให้เห็นว่าความใกล้ชิดสามารถเปลี่ยนเป็นความกดดันได้ง่ายเพียงไร อย่างไรก็ตาม บรรยากาศที่ค่อนข้างหนักและความสัมพันธ์ที่ไม่ได้น่าประทับใจตลอดเวลา อาจทำให้ผู้ชมบางกลุ่มรู้สึกค้างคา แต่ถ้าชอบหนังที่เสียดสีความหวังของคนธรรมดาและเล่นกับอารมณ์แบบค่อยๆบีบ เรื่องนี้จะตอบโจทย์ได้ดี




