เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Closet (2020) ตู้นรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด
ชื่ออังกฤษ: The Closet
ชื่อไทย: ตู้นรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด
ปีที่ออกฉาย: 2020
หลังจากที่หญิงสาวซางวอนหายตัวไปในบ้านสมัยใหม่ของพวกเขาชายลึกลับก็เข้ามาหาเขาและบอกให้เขาตามหาเธอในตู้เสื้อผ้าภาพยนตร์เรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับผู้ชายคนหนึ่ง
การผ่านคู่ครองของเขาและผู้ขับไล่ผู้ซึ่งสร้างความแตกต่างให้กับชายและลูกสาวของเขาเนื่องจากคู่สมรสของซางวอน (ฮาจอง วู) ซางวอน (Ha Jung-Woo) เสียชีวิตอย่างกะทันหัน ซางวอนมีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อนาห่า (Heo Yool) “The Closet” แต่ความสัมพันธ์ของเขากับอี้นาจะเป็นสิ่งที่ไม่สมควร เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ของเขากับยี่ – นาพวกเขาย้ายไปอยู่บ้านที่ทันสมัย Sang-Won พยายามชักจูงให้ใกล้กับ Yi-Na แต่มันไม่ง่าย อยู่มาวันหนึ่งยี่นาบอกเขาว่าเธอมีสหายที่ไม่ได้ใช้ “ตู้นรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด” ตั้งแต่เวลานั้นเธอเริ่มหัวเราะ แต่ Sang-Won ฟังเสียงที่แปลกประหลาดของตู้เสื้อผ้าของ Yi-Na และเขารับสัญญาณที่แปลกประหลาดจาก Yi-Na Sang-Won ณ จุดนั้นเริ่มมีความฝันที่น่าสนใจ Yi-Na ณ จุดนั้นหายตัวไป Sang-Won มองหาผู้หญิงของเขาเมื่อชายงงงวยคยองฮุน (Kim Nam-Gil) มาหาเขา เขาบอก Sang-Won ว่าเขารู้ว่า Yi-Na อยู่ที่ไหนและมุ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าของเธอ
เมื่อความฝันจะเริ่มต้นชีวิตใหม่พา “เบล” เดินทางมาพบกับสถานที่ประหลาด เธอกลับต้องติดอยู่ในตู้อันไร้ทางออกและกติกาที่เปลี่ยนทุกวินาที ขณะที่อุปสรรคบีบคั้นมากขึ้น เบลต้องหาวิธีคิดให้เร็วกว่าอันตราย ทั้งยังต่อสู้กับความหวังที่ค่อย ๆ สั่นคลอน
เบลตื่นขึ้นมาพร้อมความไม่เข้าใจว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร สถานที่ที่เหมือน “จุดจอด” ชั่วคราวกลายเป็นกับดักรัดแน่นที่ไม่ยอมให้ใครหลุดพ้นง่าย ๆ เมื่อเธอพยายามสำรวจและตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว ความช่วยเหลือกลับไม่ชัดเจน ทั้งยังมีเงื่อนไขบางอย่างคอยกำกับการตัดสินใจของเธอให้พลาดไม่ได้ เบลจึงต้องสลับไปมาระหว่างการตั้งสติ การลองผิดลองถูก และการประเมินความจริงกับสิ่งที่ดูเหมือนหลอกลวงยิ่งขึ้นทุกครั้งยามที่ความหวังใกล้จะพัง
จุดขายอยู่ที่ความกดดันแบบทีละชั้น ตั้งแต่ความสับสนเริ่มต้นไปจนถึงการบังคับให้ตัดสินใจรวดเร็ว บรรยากาศห้อง/พื้นที่จำกัดทำให้ทุกการกระทำมีน้ำหนัก และการเล่าเรื่องที่ค่อย ๆ เปิด “กติกา” ผ่านสิ่งที่เบลเจอแทนการอธิบายตรง ๆ
The Closet (2020) ตู้นรกไม่ได้ผุดไม่ได้เกิด สร้างความระทึกจากความไม่รู้มากพอ ๆ กับแรงกดดันที่มาพร้อมกติกาเฉพาะทาง เหมาะกับคนที่ชอบหนังเอาชีวิตรอดในพื้นที่จำกัดและลุ้นกับ “วิธีคิด” ของตัวละครมากกว่าการหวังให้ใครมาช่วยตรง ๆ อย่างไรก็ตาม บางช่วงอาจรู้สึกว่าความเป็นไปได้ถูกบีบเพื่อเร่งความตึงเครียด ซึ่งทำให้เรื่องเดินไวแต่ก็ยอมรับได้ว่าต้องใช้ศรัทธากับเกมที่หนังวางไว้




