เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Choice (2016) ถ้าเลือกได้ คือรักเธอ
ชื่อไทย : ถ้าเลือกได้ คือรักเธอ
ชื่ออังกฤษ : The Choice (2016)
ประเภทหนัง : Drama, Romance
เรื่องย่อ
The Choice (2016) ถ้าเลือกได้ คือรักเธอ เมื่อ แก๊บบี้ (เทเรซ่า พาล์มเมอร์) นักเรียนแพทย์ได้ย้ายที่อยู่มาอาศัยข้างบ้านกับ ทราวิส (เบนจามิน วอล์คเกอร์) หนุ่มเจ้าสำราญผู้เพียบพร้อมแต่ไม่เคยคิดจะใช้ชีวิตคู่กับใคร ทั้งสองก็ได้แบ่งประสบการณ์ชีวิตและสานสัมพันธ์จนก่อให้เกิดความผูกพันที่หักห้ามใจไม่ได้ และแล้วทราวิสก็เจอคนที่ใช่ในชีวิตแม้แก๊บบี้จะคู่หมั้นอยู่แล้วก็ตาม ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและทราวิสจึงถูกท้าทายด้วยโชคชะตาและถูกทดสอบด้วยระยะเวลาว่าพวกเขาจะรักกันจะได้นานแค่ไหน
เรื่องราวของหนุ่มสาวที่เริ่มต้นจากความรู้สึกจริงใจและความผูกพันค่อยๆ ก่อตัว แต่เมื่อชีวิตพาให้ต้องเลือกระหว่างสิ่งที่ควรทำกับสิ่งที่หัวใจต้องการ ทุกการตัดสินใจจะสะท้อนกลับมาเป็นผลกระทบต่อคนรอบตัวด้วย ไม่ว่าคุณจะยึดมั่นแค่ไหน ความรักก็ไม่ได้แปลว่าทุกอย่างจะง่าย และ “การเลือก” มักมีราคาเสมอ
ก่อนที่อนาคตจะกลายเป็นคำตอบที่ไม่แน่นอน ชายหนุ่มคนหนึ่งใช้เวลาไปกับความตั้งใจและการวางแผนชีวิต ขณะเดียวกันความสัมพันธ์ที่เติบโตขึ้นกับคนรักก็ค่อยๆ ทำให้เขาเริ่มเชื่อว่าอย่างน้อยสิ่งที่รักจะพาไปต่อได้ ทว่าเหตุการณ์ใหญ่ที่เกิดขึ้นทำให้เขาต้องยืนอยู่หน้าทางแยกแบบที่เลี่ยงไม่ได้ ระหว่างทางหนึ่งคือความมั่นคงและคำอธิบายที่สังคมอยากให้เลือก อีกทางคือความจริงใจที่เขากับเธอเคยสร้างร่วมกัน เมื่อความรู้สึกปะทะกับความรับผิดชอบ เขายิ่งต้องคิดว่า “การรัก” จะรับมือกับความซับซ้อนในชีวิตได้จริงแค่ไหน และการตัดสินใจของเขาจะทำให้ใครต้องเจ็บมากที่สุด
หนังเดินเกมด้วยแรงขับหลักคือแรงสั่นของอารมณ์เวลาคนรักต้องเลือกระหว่าง “สิ่งที่ถูก” กับ “สิ่งที่รัก” มากกว่าจะเน้นเหตุการณ์หวือหวา ความสัมพันธ์ถูกเล่าผ่านรายละเอียดความรู้สึก ทั้งความลังเล ความกังวล และการพยายามรักษาอีกฝ่ายไว้ในทุกวิถีทาง ขณะเดียวกันยังมีจังหวะที่ทำให้คนดูอดคิดตามไม่ได้ว่า ถ้าได้กลับไปก่อนหน้า จะยังเลือกแบบเดิมไหม
The Choice (2016) หรือ “ถ้าเลือกได้ คือรักเธอ” ให้ความรู้สึกเหมือนเดินเข้าไปในห้องที่เต็มไปด้วยความหวังและความเสี่ยงพร้อมกัน จุดเด่นคือการทำให้การตัดสินใจเล็กๆ กลายเป็นแรงกระแทกทางอารมณ์ได้แรงจริง แม้โครงเรื่องจะพาไปในทางดราม่าชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้หนังน่าติดตามคือการให้คนดูได้อยู่กับ “ผลของการเลือก” ตลอดทาง จึงเหมาะกับคนที่ชอบหนังรักที่ไม่ได้จบด้วยความสวยงาม แต่จบด้วยการทำให้เข้าใจคุณค่าของความรู้สึกมากขึ้น




