เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง The Captain (2019) เดอะ กัปตัน เหินฟ้าฝ่านรก
- ชื่ออังกฤษ: The Captain
- ชื่อไทย: เดอะ กัปตัน เหินฟ้าฝ่านรก
- ปีที่ออกฉาย: 2019
ทันทีที่กระจกบังลมของเครื่องบินธุรกิจของเขาแตกที่ความสูง 30,000 ฟุตที่สังเกตได้โดยทั่วไป “The Captain” นักบินและเที่ยวบินของเขาทำงานเพื่อให้แน่ใจว่านักสำรวจจะเจริญรุ่งเรืองและลงจอดเครื่องบิน กำกับการแสดงโดย Andrew Lau
ภาพยนตร์เรื่องนี้อาศัยเหตุการณ์จริงในเดือนพฤษภาคม 2018
เมื่อกระจกหน้ารถของเครื่องบิน Sichuan Airlines พังในขณะที่เครื่องบินกำลังบินอยู่เหนือที่ราบสูงทิเบต 30,000 ฟุต นักบินร่วมถูกปล่อยว่างส่วนใหญ่จากห้องนักบินและผู้เดินทางเริ่มหมดสติเนื่องจากความกดอากาศต่ำ “เดอะ กัปตัน เหินฟ้าฝ่านรก”
ผู้โดยสารและกลุ่มบนเครื่อง รถขนย้ายสัญชาติจีนเริ่มแข็งตัวเมื่อกระจกบังลมแตกก่อนเครื่องขึ้น ขณะอุณหภูมิลดต่ำลงและผู้คนมืดลง ผู้มีอำนาจที่เข้มแข็งตั้งใจทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อให้เครื่องบินตกอย่างปลอดภัย
เมื่อเครื่องบินของ “เดอะ กัปตัน” ตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน เขาต้องตัดสินใจท่ามกลางความไม่แน่นอน ทั้งความเสี่ยงทางอากาศและแรงกดดันที่ถาโถมเข้ามาพร้อมกัน เรื่องราวจึงกลายเป็นการไล่เชือกทุกวินาที ระหว่างหน้าที่ ความรับผิดชอบ และการรักษาชีวิตคนที่อยู่บนเครื่องให้ได้
เดอะ กัปตันในฐานะผู้นำต้องรับมือกับสถานการณ์ที่บานปลายอย่างรวดเร็ว ตั้งแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นในห้วงอากาศไปจนถึงการประสานงานที่ยากขึ้นทุกนาที เขาพยายามคุมเกมด้วยความนิ่งและประสบการณ์ แต่ยิ่งแก้ปัญหาหน้าระบบได้เท่าไร ภาระด้านการตัดสินใจก็ยิ่งหนักขึ้นเท่านั้น ขณะเดียวกัน ความสัมพันธ์และอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในใจของเขาก็เริ่มสะท้อนให้เห็นว่า “การบิน” ไม่ได้เป็นเพียงงาน แต่มันคือคำสัญญาที่ต้องรักษา ท่ามกลางความเสี่ยงที่ไม่มีใครรับประกันได้ว่าจะจบอย่างไร
หนังเด่นที่ความตึงเครียดแบบคุมจังหวะได้ ทั้งภาพรวมที่ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าทุกการตัดสินใจมีราคา และรายละเอียดเชิงสถานการณ์ที่พาไปสู่คำถามว่า ถ้าเหลือเวลาไม่มากพอ เราจะเชื่ออะไรและยอมรับอะไร เดอะ กัปตัน เหินฟ้าฝ่านรก ยังให้ความสำคัญกับมิติความเป็นมนุษย์ของผู้ควบคุม ทำให้ความกดดันไม่ได้มาจาก “ภัย” อย่างเดียว แต่ยังมาจากภาระในใจของคนขับเอง
เดอะ กัปตัน เหินฟ้าฝ่านรก เป็นหนังเอาตัวรอดที่พาผู้ชมอยู่ในห้องนักบินด้วยความกดดันต่อเนื่อง จุดแข็งคือความชัดของแรงกดดันและเหตุผลที่ทำให้การตัดสินใจแต่ละครั้งดู “สมเหตุสมผล” ตามสถานการณ์ ไม่ได้อาศัยปาฏิหาริย์แบบลอยๆ สำหรับคนที่ชอบหนังระทึกที่โฟกัสหน้าที่และความคิดภายใต้เวลาอันจำกัด นี่คือโทนที่เข้าทางมาก




