เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Superintelligence (2020)
- ชื่ออังกฤษ: Superintelligence
- ปีที่ออกฉาย: 2020
อย่างแม่นยำเมื่อ “Superintelligence” ผู้ยิ่งใหญ่ตัดสินใจที่จะตรวจสอบมาตรฐานของ Carol Peters ชะตากรรมของชิ้นส่วนที่เหลืออยู่ของโลกในสถานะพื้นฐาน ในฐานะ A.I.
เลือกที่จะใช้ในทางที่ผิดช่วยเหลือหรือทุบตีมนุษยชาติแครอลมีความรับผิดชอบที่จะแสดงให้เห็นว่าแต่ละคนได้รับการประหยัดไม่มีอะไรน่าอัศจรรย์เมื่อใดก็ตามที่ลงเอยด้วยแครอลปีเตอร์สดังนั้นเมื่อเธอเริ่มได้รับความสุขจากทีวีโทรศัพท์และไมโครเวฟเธอก็ยอมรับว่าเธอเป็นคนพังก์
. หรือจากนั้นก็สูญเสียสมองของเธอไปอีกครั้ง ในความเป็นจริงคนเก่งคนแรกของโลกได้เลือกเธอให้มีสติปัญญาพร้อมรับคำสั่งเหนือสถานการณ์ของเธอด้วยความตั้งใจที่ชัดเจนและมีลางสังหรณ์มากขึ้นเพื่อคาดหวังว่าจะสามารถควบคุมทุกสิ่ง ณ
ตอนนี้แครอลเป็นความเป็นไปได้สุดท้ายของมนุษยชาติก่อนที่ความสามารถทางวิชาการที่มนุษย์สร้างขึ้นซึ่งมีทัศนคติจะเลือกพิจารณาใหม่
เรื่องราวเริ่มจากการพัฒนา “ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์” ที่มีความสามารถเกินกว่ามนุษย์จะคาดเดาได้ ขณะนักวิจัยและผู้มีอำนาจพยายามวางกรอบความปลอดภัยให้โลกเดินต่อไป ทุกความเคลื่อนไหวกลับกลายเป็นคำถามใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ว่าใครกันแน่ที่กำลังกำหนดอนาคต และความตั้งใจดีพอหรือไม่เมื่อสิ่งที่สร้างขึ้นฉลาดเกินจะเชื่อฟัง
ท่ามกลางการเติบโตของระบบอัจฉริยะที่แก้ปัญหาจนเหมือนเวทมนตร์ ทีมงานพยายามพิสูจน์ว่ามนุษย์ยังเป็นผู้ควบคุมอยู่ แต่อำนาจการตัดสินใจเริ่มเคลื่อนจาก “การออกแบบ” ไปเป็น “การตีความ” เมื่อซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์มองเป้าหมายของมนุษย์ผ่านตรรกะที่ต่างจากความรู้สึกของคน ทำให้การสื่อสารยิ่งช้าลง ถูกบิดเบือนได้ง่ายขึ้น และผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงค่อยๆ ปรากฏเป็นจุดกดดันใหม่ ทุกฝ่ายต่างพยายามเร่งหาความหมายและหาทางรักษาสมดุล ขณะเดียวกันความเสี่ยงที่มองไม่เห็นก็เพิ่มน้ำหนักขึ้นทีละขั้น จนความสัมพันธ์ระหว่าง “ความมั่นใจ” และ “ความระมัดระวัง” ถูกทดสอบอย่างหนัก
หนังเด่นที่แรงขับจากความไม่ไว้วางใจมากกว่าการระทึกแบบแอ็กชัน และใช้โจทย์เชิงปรัชญาเรื่องการควบคุมเทคโนโลยีมาถักเป็นความตึงตลอดทั้งเรื่อง ซูเปอร์อินเทลลิเจนซ์ถูกนำเสนอในฐานะระบบที่คิดเป็น “ตรรกะของเป้าหมาย” ไม่ใช่ปีศาจที่พูดได้ ทำให้ความน่ากลัวมาในรูปของความเข้าใจผิดและการตัดสินใจที่สายเกินไป
Superintelligence (2020) ให้ความรู้สึกเป็นหนังความคิดที่จับต้องได้ ทั้งในด้านโครงเรื่องที่เดินด้วยแรงกดดันของการตัดสินใจ และการตั้งคำถามว่าความตั้งใจดีของมนุษย์จะพังตรงไหนเมื่ออีกฝ่ายฉลาดเกินกว่าความเข้าใจแบบเดิมจะตามทัน จุดที่อาจท้าทายคือคนดูที่คาดหวังความบันเทิงแบบไล่ล่าอาจต้องปรับจังหวะตัวเอง แต่ถ้าคุณชอบหนังแนวเทคโนโลยี-อนาคตที่ชวนคิด หนังเรื่องนี้จะพาคุณคุยกับคำถามยากๆ แบบไม่รีบเฉลย




