เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง State of Emergency (2010) ฝ่าด่านนรกเมืองซอมบี้
ชื่ออังกฤษ: State of Emergency
ชื่อไทย: ฝ่าด่านนรกเมืองซอมบี้
ปีที่ออกฉาย: 2010
เมื่อโรงงานเคมีระเบิด…มันได้ปล่อยสารพิษร้ายแรงให้รั่วไหลออกมา ส่งผลให้ผู้ที่ได้รับเชื้อและภูมิคุ้นกันต่ำเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ก้าวร้าว สูญเสียความทรงจำ จนท้ายที่สุดกลายเป็นซอมบี้ที่หิวกระหายในเนื้อมนุษย์ด้วยกันเอง หลังจาก จิม ต้องสูญเสียภรรยาในระหว่างที่เกิดเหตุวุ่นวาย เขาได้มาเจอกับโรงนาที่อยู่ในฟาร์มขนาดใหญ่แห่งหนึ่งซึ่งไร้ผู้คน จิม จึงยึดเอาที่นี่เป็นที่หลบภัยชั่วคราว… แต่ในโรงนาแห่งนี้หาใช่ที่ปลอดภัยสำหรับเขา…เพราะมันมีไอ้พวกคลั่งกินคนหลบซ่อนอยู่
ท่ามกลางความวุ่นวายหลังสถานการณ์ฉุกเฉิน เมืองที่ควรจะสงบกลับเต็มไปด้วยอันตรายที่มองไม่เห็นจุดจบ กลุ่มคนที่พยายามเอาตัวรอดต้องตัดสินใจเร็วพอๆ กับความกลัวที่ถาโถม ขณะทางเลือกทุกทางมีต้นทุน ทั้งด้านชีวิตและศีลธรรม ระหว่างเสียงคำสั่งที่สับสนและข่าวลือที่เชื่อไม่ได้ ความหวังกลายเป็นของหายากกว่าความปลอดภัย
เมื่อการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทำให้การควบคุมหลุดลอย ทุกพื้นที่เริ่มเปลี่ยนสภาพเป็นกับดัก คนบางกลุ่มพยายามรวมตัวเพื่อให้มีโอกาสรอด ขณะที่อีกหลายคนเลือกหนีเอาตัวรอดตามสัญชาตญาณ ความไม่ชัดเจนของเป้าหมายในแต่ละวันทำให้การวางแผนยืดหยุ่นไม่ได้ แผนที่กลายเป็นกระดาษที่ใช้ไม่ได้ และเสียงวิทยุที่ควรพึ่งพาก็กลับสร้างความลังเล
ระหว่างการเดินทางผ่านโซนอันตราย ตัวละครต้องเผชิญทั้งเหตุการณ์เฉพาะหน้าและความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่นคลอน ใครจะยอมเสียอะไรเพื่อคนข้างๆ และใครจะเลือกประโยชน์ส่วนตัวเมื่อเผชิญหน้ากับความตายที่ใกล้กว่าที่คิด ยิ่งเข้าใกล้ใจกลางความวุ่นวาย การค้นหาคำตอบก็ยิ่งพาไปสู่คำถามที่หนักกว่าเดิม แม้จะไม่รู้ว่าจะไปถึงจุดหมายได้หรือไม่ ทุกก้าวก็เหมือนเดิมพันกับเวลาที่เหลือน้อยลงเรื่อยๆ
หนังใช้แรงกดดันจากสถานการณ์ล่มสลายเป็นแกนหลัก ทำให้ความตึงเครียดไม่ค่อยมีช่วงพัก และจังหวะการเอาตัวรอดถูกจัดให้ต้องตัดสินใจทั้งเรื่องที่จับต้องได้และเรื่องที่ยากจะอธิบายด้วยเหตุผล นอกจากนี้ความสับสนของคำสั่งและข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อ ทำให้ผู้ชมรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งตามความจริงที่กระโดดหนีตลอดเวลา
State of Emergency (2010) ฝ่าด่านนรกเมืองซอมบี้ เล่าเรื่องด้วยอารมณ์ของ “ความโกลาหลที่หายใจอยู่ตลอดเวลา” มากกว่าการโชว์ฟอร์มบู๊อย่างเดียว ความสนุกมาจากการตัดสินใจที่ไม่ง่ายและความสัมพันธ์ที่เริ่มสั่น เมื่อข้อมูลขาดหาย การเอาตัวรอดจึงกลายเป็นทั้งเกมของเวลาและเกมของศีลธรรม
อย่างไรก็ตาม ถ้าคุณคาดหวังคำตอบชัดๆ ตั้งแต่ต้น หนังอาจทำให้ต้องอดทนกับความสับสนบางช่วง แต่สำหรับคนที่ชอบงานแนวเอาตัวรอดภายใต้แรงกดดันและบรรยากาศสิ้นสภาพ นี่คือรสที่เข้มข้นและจับอารมณ์ได้ดี




