เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Spy Time (Anacleto Agente secreto) (2015) พยัคฆ์ร้ายแดนกระทิง
ชื่ออังกฤษ: Spy Time (Anacleto Agente secreto)
ชื่อไทย: พยัคฆ์ร้ายแดนกระทิง
ปีที่ออกฉาย: 2015
ภาพยนตร์สายสุดฮาจากประเทศสเปน เรื่องราวของ “อะนาคลีโต้” ยอดเยี่ยมสายรุ่นเก๋า สมญานามผู้ไม่เคยพลาดเป้า แต่ว่าเขากลับเสียท่าให้ วาซเกซ ศัตรูตัวฉกาจ สำหรับในการหนีการเข้าจับกุม ทำให้เขา รวมทั้งอะดอฟโฟ่ ลูกชายที่ไม่ค่อยลงรอยกัน จำต้องตกอยู่ในอันตราย ทำให้คราวนี้บิดาลูกที่ไม่ค่อยได้เจอหน้า จำต้องจำยอมมาร่วมมือกันอย่างทุลักทุเล เพื่อเอาชนะ วาซเกซ ให้ต้องได้
เมื่อ “อโบเดล” สายลับสายปั้นมือสมัครเล่นต้องลุยภารกิจลับท่ามกลางแรงกดดันจากองค์กรใหญ่ ความผิดพลาดเล็ก ๆ กลับพาเขาเข้าใกล้เงื่อนงำที่โยงกับแผนการระดับประเทศ ยิ่งต้องเอาตัวรอดท่ามกลางคู่หูที่ไม่ค่อยตรงใจและศัตรูที่มืออาชีพกว่า ความพยายามจะกลายเป็นทั้งอุปสรรคและอาวุธสำหรับเขาเอง
อโบเดลได้รับมอบหมายภารกิจซึ่งดูเหมือนจะเรียบง่าย แต่โลกของการสืบสวนไม่เคยปลอดภัย ภารกิจเริ่มบิดทางจากการสื่อสารที่คลาดเคลื่อน การตีความที่คลาดเคลื่อน และจังหวะที่โชคไม่เข้าข้าง ทำให้เขาต้องใช้ความไวและความดื้อเพื่อพาตัวเองผ่านด่านที่ตั้งใจจะทำให้สายลับมือใหม่พังลง
ระหว่างการไล่ล่าข้อมูล องค์กรคู่ขัดแย้งก็ขยับตัวตลอดเวลา ทั้งการสะกดรอย การหลอกล่อ และเกมทางอำนาจที่ดูเหมือนอยู่ไกล แต่กลับสะท้อนผ่านคนรอบตัวอโบเดล เขาพยายามยึดหลักการของ “ภารกิจ” ขณะเดียวกันก็ต้องจัดการความสัมพันธ์กับคนที่ร่วมทางซึ่งต่างมีวิธีคิดและความคาดหวังไม่เหมือนกัน
ยิ่งเข้าใกล้คำตอบ ภารกิจยิ่งซับซ้อน เพราะสิ่งที่ถูกปกปิดไม่ได้เป็นแค่เรื่องข่าวกรอง หากยังเป็นเงาของแรงผลักทางการเมืองที่ทำให้ทุกการตัดสินใจมีต้นทุน แม้จะถูกลากให้พยายามเอาให้ทันตลอดทาง อโบเดลก็ยังไม่ยอมแพ้และพยายามเปลี่ยนความผิดพลาดให้กลายเป็นทางรอดของตัวเอง
หนังเล่นกับเสน่ห์ของสายลับที่ไม่ใช่สายเท่แบบสมบูรณ์แบบ แต่ใช้ความพยายามและไหวพริบแก้เกมแทน ภาพรวมจึงออกมาเป็นจังหวะตลกที่แฝงความกดดันของการไล่ล่า และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทำให้ภารกิจดูมีชีวิต ไม่ใช่แค่ภารกิจตามหน้าที่
Spy Time (Anacleto Agente secreto) (2015) พยัคฆ์ร้ายแดนกระทิง เลือกทางเล่าเรื่องที่ไม่ยึดติดกับความจริงจังทั้งหมด ความสนุกมาจากการที่ภารกิจลับถูกทำให้กลายเป็นสนามของความผิดพลาดและการเอาตัวรอด แต่หนังไม่ปล่อยให้แอ็กชันหายไปไหน ยังคงรักษาจังหวะการไล่ล่าและความตึงให้ตามทันกับโทนคอเมดี้
ถ้าคุณชอบหนังสายลับที่เบาสมอง มีความแซวกันในสถานการณ์จริง และอยากดูเรื่องที่สนุกก่อนอย่างอื่น นี่น่าจะตอบโจทย์ อย่างไรก็ตาม คนที่คาดหวังความซับซ้อนแบบดราม่าหนักอาจรู้สึกว่าความตั้งใจจะไปทางบันเทิงมากกว่าความเข้มข้นด้านอารมณ์




