เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Son of Saul (2015) ซันออฟซาอู
ชื่ออังกฤษ: Son of Saul
ชื่อไทย: ซันออฟซาอู
ปีที่ออกฉาย: 2015
คือผลงานที่เคยประกาศศักดาความเยี่ยมโดยการคว้ารางวัลเกียรติยศอันดับสองหรือ Grand Prix (แกรนด์ พริคซ์)จากเทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ปีล่าสุด .. โดยภาพยนตร์นั้นบอกเล่าถึงเรื่องราวของ ซอล นักโทษชายชาวฮังกาเรียนยิวที่ถูกกักกันอยู่ในค่ายเอาชวิทซ์ เขาทำงานอยู่ในหน่วยพิเศษ (เรียกว่า Sonderkommando) ซึ่งทำหน้าที่เก็บศพชาวยิวด้วยกันเองจากห้องรมแก๊สหรือจากสาเหตุการตายอื่นๆ มาเผา .. วันหนึ่งเขาได้เจอกับศพของเด็กชายที่ตัวเขารู้สึผูกพันด้วยอย่างประหลาด ด้วยเหตุนี้ซอลจึงพยายามตามหารับบี (หมายถึงอาจารย์หรือผู้เป็นที่เคารพในศาสนายูดาห์) เพื่อจะมาทำพิธีฝังศพเด็กชายคนนี้อย่างถูต้องตามประเพณี
ซันออฟซาอู (Son of Saul) ติดตาม “ซาอูล” ช่างตัดผ้าผู้พยายามยึดโยงความหมายของชีวิตไว้ท่ามกลางกระแสความตายอันไร้ชื่อ เขาเชื่อว่าการให้ “เด็กคนหนึ่ง” ได้รับพิธีฝังอย่างถูกต้องคือสิ่งเดียวที่ยังเหลืออยู่ และการไล่ตามเป้าหมายเล็กจิ๋วนี้กลับพาเขาเข้าสู่การเลือกว่าจะปกป้องศรัทธาอย่างไร ในสภาพแวดล้อมที่ทุกการกระทำถูกบีบให้ไร้ทาง
เรื่องเริ่มจากชีวิตประจำวันในสถานที่ที่ความตายเกิดขึ้นแบบอุตสาหกรรม ซาอูลทำหน้าที่ของตนท่ามกลางความเร่งรีบที่เหมือนไม่มีใครมองเห็นอีกต่อไป เมื่อเขาสังเกตเห็น “เด็ก” ที่เหมือนจะมีชะตาแตกต่างจากฝูงชน เขาจึงยึดความหวังและพยายามพาไปสู่พิธีการฝังที่เขาเชื่อว่าต้องเกิดขึ้นทันเวลา ระหว่างทาง ซาอูลต้องรับมือกับความสับสน ภาระหน้าที่ที่คาดไม่ถึง และสายตาคนอื่นที่มองเขาไม่เหมือนเดิม—บางคนมองว่าเขา “ทำเกินกว่าเหตุ” ขณะที่บางคนเพียงต้องการเอาตัวรอดให้ทันเหตุการณ์ ยิ่งเขาเร่งพิธี ยิ่งเห็นว่าระบบที่กดทับอยู่เบื้องหลังทำให้ความเป็นมนุษย์ถูกลดทอนเหลือแค่รอยทางในความวุ่นวาย
จุดเด่นของซันออฟซาอู คือการเล่าเรื่องแบบจดจ่อกับประสบการณ์ของตัวละคร ความพยายามของซาอูลในการรักษาพิธีกรรมไม่ได้มาท่ามกลางความสงบ แต่ถูกฝังอยู่ในความเร่งและความสับสน จนความหวังกลายเป็นสิ่งที่เสี่ยงตลอดเวลา อีกทั้งหนังให้ความสำคัญกับรายละเอียดของการมอง การเฝ้าระวัง และการตัดสินใจเล็กๆ ที่สะสมเป็นความหมายใหญ่
ซันออฟซาอู ไม่ได้พยายามให้คุณ “เข้าใจง่าย” แต่ชวนให้คุณอยู่กับความรู้สึกของการถูกบีบจนเหลือแค่สิ่งจำเป็นที่สุด เรื่องเดินด้วยความตึงของสถานการณ์มากกว่าการอธิบาย ทำให้ผู้ชมต้องตั้งใจมองและตีความตามการเคลื่อนไหวของซาอูล แม้เนื้อหาจะหนักและไม่เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความบันเทิงเบาสมอง แต่หากคุณชอบหนังที่ใช้มุมมองเฉพาะตัวเพื่อพูดถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มันจะเข้มข้นและทิ้งรอยไว้ชัดเจน




