เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Seeking a Friend for the End of the World (2012) โลกกำลังจะดับ แต่ความรักกำลังนับหนึ่ง
ชื่ออังกฤษ : Seeking a Friend for the End of the World (2012)
ชื่อไทย : โลกกำลังจะดับ แต่ความรักกำลังนับหนึ่ง
ประเภทหนัง : Adventure, Comedy, Drama
เรื่องย่อ
โลกกำลังจะดับ แต่ความรักกำลังนับหนึ่ง การโคจรมาพบกันของสองซูเปอร์สตาร์เจ้าของรอยยิ้มที่ชวนให้คนดูใจละลาย สตีฟ คาเรลล์ และ เคียร่า ไนท์ลี่ย์ ในผลงานการกำกับของ ผู้กำกับหญิง โลรีน สกาฟาเรีย – Seeking a Friend for the End of the World เรื่องราวของอุกกาบาตที่กำลังจะชนโลก และคนเหงา 2 คนที่โคจรมาพบกันในวาระสุดท้ายของชีวิต ผลงานของทีมผู้สร้างหนังฟีลกู้ดอย่าง 50/50, Nick and Norah’s Infinite Playlist และ Junหนังเริ่มต้นบอกคนดูแต่เนิ่นๆ เลยว่า โลกจะอยู่ได้อีกไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น เพราะมีอุกกาบาตลูกโตกำลังพุ่งเข้าชนโลก จนสิ่งมีชีวิตทุกอย่าง…จะต้องจบสิ้นลงไปพร้อมๆ กันสตีฟ คาเรลล์ มารับบท ดอดจ์ ชายวัยกลางคนที่หมดอาลัยทุกอย่างในชีวิต เขาเพิ่งถูกภรรยาทิ้งไป เขายังไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตที่เหลือนี้อย่างไร เช่นเดียวกับ เพนนี (เคียร่า ไนท์ลี่ย์) สาวข้างห้องที่ไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวมานานแล้ว เมื่อทั้งคู่ได้รู้จักพูดคุยกัน ทั้ง ดอดจ์และเพนนี จึงตัดสินใจออกเดินทางเพื่อใช้เวลาช่วงสุดท้ายนี้ ทำภารกิจของแต่ละคนให้สำเร็จดอดจ์ตั้งใจจะขับรถไปหาแฟนสาวคนแรกสมัยเรียนไฮสกูล ส่วน เพนนีอยากกลับไปหาครอบครัวที่เธอตัดขาดมานาน แต่ระหว่างทางนั้นเอง ที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองค่อยๆ แน่นแฟ้น และแปรเปลี่ยนเป็นความลึกซึ้งแต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อทั้งคู่มีเวลาอยู่บนโลกนี้ไม่กี่วันเท่านั้น
เมื่อสัญญาณว่าโลกกำลังจะจบลงแทรกเข้ามา คนส่วนใหญ่จับจ้องที่การเอาตัวรอด แต่แซมกลับคิดถึง ‘โลกของหัวใจ’ มากกว่า เขารีบออกเดินทางตามหาใครสักคนที่หมายถึงมาก ก่อนที่เวลาจะหมดไปในความวุ่นวายของวันสิ้นโลก ความรักระหว่างคนสองคนจึงค่อยๆ ผลักให้เรื่องราวทั้งจริงจังและอบอุ่นขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรอให้ทุกอย่างสายเกินไป
แซมได้ยินข่าวร้ายที่ทำให้ทุกคนต้องยอมรับว่าเหลือเวลาอีกไม่มาก เขาพยายามจัดระเบียบความรู้สึกของตัวเอง แต่ความตั้งใจที่ชัดเจนกว่าคือการไปหาเพื่อนหรือคนสำคัญที่เขายังไม่ได้บอกลาอย่างที่ควรจะเป็น ระหว่างทาง เมืองที่เคยมีชีวิตเริ่มเปลี่ยนเป็นความเงียบปนความสิ้นหวัง ผู้คนแตกกระเจิงไปคนละทิศ และแต่ละเหตุการณ์ที่เจอทำให้แซมต้องตัดสินใจว่าความหวังจะอยู่ตรงไหน—ในความพยายามเพื่อรอด หรือในความกล้าของการรัก
เขาไม่ได้เดินทางตามลำพังนานนัก เพราะความวุ่นวายก่อนสิ้นโลกทำให้เขาได้พบคนที่คิดต่าง บางช่วงทำให้หัวใจของแซมหนักขึ้น บางช่วงก็พาให้เขาได้เห็นมุมที่ตัวเองไม่เคยนึกถึง การเดินทางจึงไม่ใช่แค่การไล่ตามเวลา แต่เป็นการค่อยๆ ปรับนิยามคำว่า “การอยู่ด้วยกัน” และ “การจากไป” จนสุดท้าย แซมต้องเผชิญกับคำถามว่า ถ้าทุกอย่างกำลังดับลง เราจะเลือกใช้ช่วงเวลาที่เหลือกับอะไร
หนังเด่นที่การใช้โครงเรื่องวันสิ้นโลกเป็นฉากหลัง เพื่อขับความรู้สึกเรื่องความรักและการเยียวยาให้เด่นกว่าโลกภายนอก การเล่าไม่เร่งให้ผู้ชมรู้สึกตื่นตระหนกตลอดเวลา แต่เลือกปล่อยให้ความสัมพันธ์ค่อยๆ ก่อตัวผ่านการเดินทาง การเผชิญหน้ากับผู้คนหลากแบบทำให้แต่ละบทมีอารมณ์ของตัวเอง ตั้งแต่ความหวังเล็กๆ ไปจนถึงความจริงที่กัดกิน และยังมีเสน่ห์จากจังหวะที่ทั้งขมและอบอุ่นอยู่ร่วมกันโดยไม่ฝืน
Seeking a Friend for the End of the World ใช้ธีมวันสิ้นโลกได้คมพอจะทำให้การตัดสินใจทุกอย่างมีแรงกดดัน แต่แกนหลักกลับอยู่ที่ความหมายของการ “ไปให้ทัน” ไม่ว่าจะเป็นการพูดคำที่ค้าง หรือการยืนยันว่าความรู้สึกยังสำคัญพอในวันที่โลกไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป หากคุณชอบหนังโทนหม่นที่ไม่ได้ทิ้งความอบอุ่น หนังเรื่องนี้จะพาให้คิดตามมากกว่าการลุ้นเอาตัวรอดอย่างเดียว




