เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Save Yourselves! (2020)
ชื่ออังกฤษ: Save Yourselves!
ปีที่ออกฉาย: 2020
คู่สามีภรรยาชาวบรูคลินวัยเยาว์มุ่งหน้าไปที่ห้องโดยสารชั้นบนเพื่อถอดปลั๊กออกจากโทรศัพท์และเชื่อมต่อกันใหม่ พวกเขาหมดสติไปกับสภาพแวดล้อมโดยไม่รู้ตัวพวกเขาถูกกวาดล้างไปยังอุปกรณ์ที่อ้างสิทธิ์ในขณะที่ดาวเคราะห์ตกอยู่ภายใต้การโจมตีแจ็ค (จอห์นเรย์โนลด์) และซู (สุนิตามณี) เป็นคู่รักชาวบรู๊คลินสุดฮิปที่เหมือนเพื่อนร่วมทางหลายคนค้นพบว่าตัวเองเป็นผู้อยู่ใต้บังคับบัญชาด้านนวัตกรรม และไม่สามารถวางโทรศัพท์ได้ “Save Yourselves!” กลัวว่าการมองข้ามความคิดของพวกเขาอาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของพวกเขาพวกเขาฉวยโอกาสที่จะมุ่งหน้าไปยังกระท่อมที่แยกจากกันภายในป่าและสาบานว่าจะถอดปลั๊กออกจากโลกภายนอกเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ เมื่อได้รับการปกป้องจากงานเขียนและการแจ้งเตือนพวกเขาไม่ได้รับรู้อย่างมีความสุขว่าดาวเคราะห์อยู่ภายใต้การโจมตี เมื่อมีโอกาสแปลกประหลาดคลี่คลายทั้งคู่ต้องหาทางกลับไปสู่อารยธรรมหรือสิ่งที่เคลียร์ออกไป
Save Yourselves! (2020) ติดตามคู่รักที่พยายามหลบหนีความเครียดของชีวิตด้วยการออกเดินทาง แต่ยิ่งสถานการณ์ทวีความแปลกและกดดัน พวกเขากลับต้องเผชิญคำถามที่ลึกกว่าความปลอดภัย นั่นคือความสัมพันธ์ของตัวเองและสิ่งที่ “การช่วยตัวเอง” หมายถึงจริงๆ ในวันที่ทุกอย่างไม่แน่นอน
เรื่องเริ่มจากความคิดอยากหนีปัญหาในเมืองของคู่รักคู่หนึ่ง เมื่อเหตุการณ์ผิดปกติเข้ามาใกล้ พวกเขาตัดสินใจออกเดินทางเพื่อหาที่ปลอดภัย ทว่าระหว่างการเดินทาง ความคาดหวังที่ตั้งไว้เริ่มสั่นคลอน ผู้คนรอบข้างรับมือกันคนละแบบ ทั้งการปฏิเสธ การควบคุมสถานการณ์ และการยื้อให้ทุกอย่างดูเหมือนยังอยู่ในกรอบความคิดเดิม ขณะที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองต้องทดสอบด้วยความกลัว ความไม่ไว้ใจ และการสื่อสารที่ไม่เคยจริงใจเท่าที่ควร แต่ละตอนของการเอาตัวรอดทำให้เห็นว่าการอยู่รอดไม่ใช่แค่เรื่องร่างกาย มันคือการตัดสินใจร่วมกันว่าจะเดินต่อไปอย่างไรเมื่อโลกบังคับให้คุณเลือก
จุดเด่นคือการใช้ความตึงเครียดแบบคอมเมดี้ดำ ผสมความสัมพันธ์ของตัวละครที่ดูธรรมดาจนเจ็บจริง ภาษาภาพและจังหวะการเล่าเรื่องทำให้ความแปลกของสถานการณ์กลายเป็นกระจกสะท้อนความเปราะบางของคนสองคน อีกทั้งหนังยังชวนคิดแบบไม่เทศนา ว่าเราคิดว่ากำลังช่วยตัวเองอยู่ แท้จริงกำลัง “หลบ” อะไรอยู่กันแน่
Save Yourselves! (2020) ไม่ได้พาไปสู่คำตอบสำเร็จรูป แต่เลือกตั้งคำถามว่าถ้าความปกติพังลง คุณจะยึดอะไรไว้กันแน่ ระหว่างความลุ้นและความขบขันแบบประชดๆ หนังให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์มากพอจนคนดูรู้สึกถึงเดิมพันจริง อย่างไรก็ตามอารมณ์แบบคอมเมดี้ดำอาจไม่ถูกใจผู้ที่ต้องการความจริงจังล้วนๆ แต่ถ้าชอบหนังที่เล่นกับความกลัวผ่านมุมมองคนธรรมดาเรื่องนี้จะทำงานได้ดี




