เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Samurai marason (2019)
- ชื่ออังกฤษ: Samurai marason
- ปีที่ออกฉาย: 2019
ในปี ค.ศ. 1855 ไดเมียวส่งคนของเขาไปแข่งขันกันทางไกลที่น่าทึ่งเพื่อค้นหาในกรณีที่พวกเขาจริงใจเพียงพอที่จะต่อต้านชาวอเมริกันที่ปรากฏตัวจริงๆ “Samurai marason” โชกุนบิดเบือนประเด็นของเขา โชกุนจึงส่งมือสังหาร
สายลับจำเป็นต้องควบคุมการแข่งขันเพื่อป้องกันไม่ให้โชกุนทำลายแผนการ
ผู้บุกเบิกชาวอเมริกันอยู่ที่ทางเข้าและขัดขวางญี่ปุ่น ในการประเมินและตั้งค่านักสู้ของเขา เจ้านายของแผ่นดินประกาศการแข่งขันระยะทางที่สำคัญผ่านชายฝั่งที่พันกัน ทิมเบอร์แลนด์ และภูเขา
โชกุนในเอโดะไม่สนับสนุนและให้มุมมองของการทดสอบด้วยความรังเกียจและความเปราะบาง สายลับและตัวตุ่นถูกส่งไป ไฝตัวหนึ่งจับความสับสนและเตรียมการเพื่อหยุดชีวิตและการสูญเสียสหภาพแรงงาน เขาวิ่ง
Samurai marason (2019) พาเข้าไปในโลกที่ความรุนแรงถูกกดทับไว้ด้วยกฎเกณฑ์ของผู้มีอำนาจ เมื่อเรื่องเกี่ยวกับอดีตและหนี้แค้นค่อยๆ โผล่ขึ้นมา ชายคนหนึ่งต้องตัดสินใจทั้งเรื่องที่ถูกต้องและสิ่งที่เขาอยากเอาคืน ท่ามกลางการแข่งขัน ความหวาดระแวง และการหักหลังที่มาไวเกินคาด
เรื่องเริ่มจากเหตุการณ์ที่ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนกำลังถูกลากเข้าสู่สนามที่มีคนคุมเกมอยู่เบื้องหลัง ตัวเอกถูกดึงให้เข้าไปพัวพันกับการไล่ตามเป้าหมายบางอย่าง ทั้งเพื่อเอาตัวรอดและเพื่อคลี่คลายว่าทำไมอดีตถึงตามหลอกหลอนเขาไม่เลิก ระหว่างทางเขาต้องรับมือกับตัวแปรที่เปลี่ยนทิศตลอดเวลา ทั้งคำพูดที่ฟังเหมือนคำตอบแต่กลับเป็นการล่อ และพันธมิตรที่พร้อมหันหลังทันทีเมื่อผลประโยชน์บีบคั้นยิ่งขึ้น แรงกดดันยิ่งสะสมเมื่อความจริงเริ่มเชื่อมโยงกับความรุนแรงที่ผู้คนพยายามกลบเอาไว้
จุดเด่นอยู่ที่จังหวะการเดินเรื่องที่ทำให้ความตึงเครียดไต่ขึ้นเป็นชั้นๆ ไม่ได้พึ่งแค่ฉากบู๊ แต่ใช้ “ความหมาย” ของการเคลื่อนไหวและการพูดมากำหนดทิศทางอารมณ์ ภาพรวมยังให้พื้นที่กับความสัมพันธ์แบบไม่ไว้ใจ ทำให้ทุกการตัดสินใจมีราคา ส่วนธีมเรื่องแค้นและอำนาจถูกย้ำด้วยสถานการณ์ที่บังคับให้ตัวเอกต้องเลือกทางที่ไม่สวยงาม
Samurai marason (2019) เล่าเรื่องด้วยความตึงแบบค่อยๆ บีบพื้นที่ให้คนดูรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกที่ปลอดภัย แม้พล็อตจะหมุนอยู่กับการไล่ล่าและการหักหลัง แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องน่าติดตามคือการวาง “เหตุผลของความรุนแรง” ไว้อย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่างไรก็ตาม อารมณ์หนาแน่นตลอดทั้งเรื่องอาจทำให้บางคนอยากได้จังหวะพัก แต่สำหรับผู้ที่ชอบหนังที่เล่นกับความไม่ไว้ใจและแรงแค้น เรื่องนี้ตอบโจทย์




