เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Perfume The Story of a Murderer (2006) น้ำหอมมนุษย์
ชื่ออังกฤษ: Perfume The Story of a Murderer
ชื่อไทย: น้ำหอมมนุษย์
ปีที่ออกฉาย: 2006
Perfume เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในศตวรรษที่ 18 เรื่องราวของฆาตกรชายคนหนึ่งซึ่งเป็นนักทำน้ำหอมมืออาชีพ และถูกตัดสินโทษประหารชีวิตโดยวิธีการตรึงกางเขน และโบย 12 ครั้ง โดยที่ขาและแขนต้องหักก่อนด้วย เป็นหนังที่ดูโหดในด้านจิตใจเป็นอย่างยิ่ง หนังเปิดเรื่องที่ฉากนี้ แล้วค่อยเล่าย้อนกลับไปถึงประวัติความเป็นมาของชายผู้นี้ว่าทำไมถึงได้ถูกตัดสินโทษ เกรนูอีลเล่ ผู้ถือกำเนิดขึ้นกลางเมืองกรุงปารีส ซึ่งเป็นเมืองที่มีกลิ่นเหม็นที่เต็มไปด้วยร้านขายปลา และเขาก็มาพร้อมกับพรสวรรค์ที่มีประสาทสัมผัสทางด้านการดมกลิ่นเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้เขาเป็นคนที่พิเศษกว่าใครๆ
ในสังคมที่ความงามถูกวัดด้วยกลิ่น ผู้ชายคนหนึ่งไล่ตามสูตรที่ทำให้ทุกคนหลงใหล เขาเริ่มจากการสังเกตความแตกต่างเล็กน้อยของโลก แล้วค่อยๆ ไขความลับที่ซ่อนในความรู้สึก จนเส้นทางของเขากลายเป็นทั้งการทดลอง ความปรารถนา และการเลือกที่ยากจะย้อนกลับ
เมืองที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์ทำให้ “น้ำหอม” ไม่ใช่แค่เครื่องปรุงร่างกาย แต่คือเครื่องมือกำหนดสถานะและอำนาจ ชายผู้มีกลิ่นในหัวใจแทนความคิด เริ่มเก็บรายละเอียดจากผู้คนรอบตัวอย่างไม่ยอมปล่อยให้ความหมายของกลิ่นหลุดมือ เขาทดลอง ไล่หาสูตรที่สมบูรณ์แบบ และยิ่งใกล้ความฝัน เขาก็ยิ่งต้องแลกด้วยความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าความรัก ความงาม และความปรารถนาอยู่ตรงไหน
ในระหว่างนั้น ความพยายามของเขาทำให้เกิดแรงสะท้อนหลายด้าน ทั้งจากผู้ที่ต้องการควบคุมภาพลักษณ์ ไปจนถึงคนที่เริ่มสงสัยว่าความ “สมบูรณ์แบบ” ที่เขาตามหานั้นมีราคาที่ไม่ควรจ่ายหรือไม่ ขณะที่เส้นทางของน้ำหอมพาไปสู่พื้นที่มืดของแรงผลักดัน มนุษย์อีกหลายคนก็ถูกดึงเข้ามาในเกมของกลิ่นที่พูดแทนทุกอย่างแทนคำพูด และยิ่งใครได้กลิ่นมากเท่าไร ความจริงก็ยิ่งดูเหมือนจะขมขึ้นเรื่อยๆ
แก่นของเรื่องอยู่ที่ “การรับรู้” มากกว่า “คำอธิบาย” หนังพาไปสัมผัสความงามผ่านกลิ่นอย่างเข้มข้น จนคนดูต้องตามตั้งคำถามกับความหมายของความสมบูรณ์แบบ อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างความหลงใหลกับผลลัพธ์ถูกขับให้เห็นเป็นภาพที่คมและหนักแน่น
Perfume The Story of a Murderer (2006) น้ำหอมมนุษย์ เล่าเรื่องด้วยภาษากลิ่นและความอยากรู้อยากเห็นมากพอจะทำให้คนดูติดตาม แม้ธีมจะพาไปสู่ความมืดและการแลกด้วยศีลธรรม แต่สิ่งที่หนังทำได้ดีคือการชี้ให้เห็นว่าความงามที่ถูกไล่ล่าอาจกลายเป็นเครื่องมือทำร้ายตัวเองและคนรอบข้างได้อย่างไร สำหรับผู้ชอบหนังที่ใช้บรรยากาศและอารมณ์นำ จะเข้าถึงได้ไม่ยาก ขณะที่คนที่ต้องการความชัดเจนแบบตรงไปตรงมาอาจรู้สึกว่าความหมายถูกซ่อนไว้ลึกพอสมควร




