เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Open Season 1 (2006) คู่ซ่า ป่าระเบิด 1
ชื่ออังกฤษ: Open Season 1
ชื่อไทย: คู่ซ่า ป่าระเบิด 1
ปีที่ออกฉาย: 2006
เรื่องฮา บ้าจี้ของ 2 คู่ซี้หน้าขนที่บังเอิญต้องร่วมวีรกรรม “หลบลูกปืน” ในป่าใหญ่ด้วยกัน “บู๊ค”(ให้เสียงโดย มาร์ติน ลอร์เลนซ์) หมีควายร่างใหญ่ใจเสาะ ไร้ทักษะการอยู่รอดแบบ และความดุร้ายแบบที่สัตว์ป่าควรจะมี เพราะที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบสัตว์เลี้ยงมาโดยตลอด กลับต้องมาติดแหงกอยู่ในป่าใหญ่ โชคชะตาบันดาลให้ บู๊ค ต้องฝากชีวิตของไว้ในกำมือของ “อิเลียต”(ให้เสียงโดย แอชตัน คุชเชอร์) เจ้ากวางจอมกวน ร่างผอมกระหร่อง การใช้ชีวิตเยี่ยงสัตว์ป่าจริงๆ จึงเริ่มเปิดฉากขึ้นลำพังแค่ดำรงชีวิตในป่าก็ยากอยู่แล้ว…แต่เคราะห์ร้ายลูกใหญ่ของ 2 หน่อ ก็กำลังจะมาเยือนอีกหน เมื่ออีก 3 วัน จะถึงฤดูกาล Open season หรือฤดูกาลเปิดป่าให้มนุษย์เข้ามาล่าสัตว์เสรี!! บู๊ค และอิเลียต จึงต้องเรียนรู้ที่จะร่วมมือกัน และรวมพลังกับเหล่าสัตว์ป่าทั้งหมดเพื่อยึดครองผืนป่าให้กลับมาสงบสุขตามธรรมชาติให้ได้ งานนี้มิตรภาพที่แท้จริง จะช่วยนำพาให้เอาชนะอุปสรรค อันตราย และห่ากระสุนทั้งปวงได้ หรือไม่ วีรกรรมสุดมันส์ กำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว!
เมื่อความสงบของป่าเริ่มพังทลาย ภารกิจเอาชีวิตรอดพา “แบร์” กับ “กระรอก” ต้องหาทางรอดท่ามกลางความไม่ไว้ใจและความวุ่นวายที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างที่แผนการเอาตัวรอดเริ่มดูเหมือนจะเวิร์ก ทุกอย่างกลับยิ่งซับซ้อน เพราะอุปสรรคไม่ได้มาจากข้างนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังมาจากมิตรภาพที่ต้องพิสูจน์ด้วยการกระทำ
แบร์และกระรอกถูกดึงเข้าหาเหตุการณ์ใหญ่ที่ทำให้ป่าเหมือนสนามรบเล็กๆ ต้องปรับตัวกับกฎของความโกลาหล ตั้งแต่การหลบหลีกอันตราย การรับมือกับพฤติกรรมของสัตว์อื่น ไปจนถึงการตัดสินใจเรื่อง “จะร่วมมือกับใคร” ให้ทันเวลา แม้ความตั้งใจจะเป็นเรื่องเอาตัวรอด แต่ระหว่างทางกลับเกิดความเข้าใจผิดและแรงเสียดทานที่ทำให้การเดินเกมยากขึ้นเรื่อยๆ กระนั้น เมื่อสถานการณ์บีบคั้นให้ทุกคนต้องเลือกว่าจะยืนข้างใคร ความสัมพันธ์ที่เคยตึงก็เริ่มมีแรงโน้มถ่วงทางอารมณ์มากขึ้น และแต่ละก้าวก็ผลักให้ตัวละครโตขึ้นแบบที่ไม่ได้พูดเยอะ แต่อาศัยการตัดสินใจในจังหวะคับขันเป็นหลัก
จุดเด่นอยู่ที่โทนคอมเมดี้ที่คมจากความต่างของนิสัยตัวละคร ทำให้ความตึงเครียดถูกคลายด้วยจังหวะฮาได้พอดี ขณะเดียวกันหนังยังให้พื้นที่กับ “ความหมายของทีมเวิร์ก” ผ่านการกระทำ ไม่ใช่คำพูด และการจัดฉากการไล่ล่า/เอาตัวรอดทำให้เรื่องเดินไว ดูสนุกโดยไม่ต้องพึ่งพาไตเติลหนักๆ
Open Season เวอร์ชันนี้ยังคงสูตรความบันเทิงที่แฟนๆคุ้นเคย ตลกแบบจังหวะทัน และการเอาตัวรอดที่ทำให้รู้สึกมีแรงขับให้เดินเรื่องต่อ แต่สิ่งที่ทำให้น่าติดตามคือหนังไม่ได้โยนความสัมพันธ์ทิ้งไว้แค่ฉากตลก ยังพยายามให้ “การร่วมมือ” มีน้ำหนักตามสถานการณ์ แม้บางช่วงจะไวไปหน่อยสำหรับคนที่ชอบมองรายละเอียดลึกๆ อย่างไรก็ตามถ้าคุณต้องการความสนุกพลังสูงและตัวละครที่แสดงออกชัด หนังเรื่องนี้ตอบโจทย์ได้ดี




