เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Okja (2017) โอคจา
ชื่ออังกฤษ: Okja
ชื่อไทย: โอคจา
ปีที่ออกฉาย: 2017
ลูซี่ มิแรนโด้ ซีอีโอสาวแห่งมิแรนโด้ คอร์ปอเรชั่น ค้นหาแนวทางในการแก้ปัญหาอาหารขาดแคลนในชีวิตจริงที่เหมือนนวนิยายวิทยาศาสตร์นี้ ทีมของเธอได้ออกแบบการปรับเปลี่ยนพันธุกรรมของซุปเปอร์หมู สัตว์ประหลาดหนึ่งเดียวที่น่าจะทำให้พวกเขาเสียเวลาน้อยที่สุด แล้วหมดเปลืองกับการให้อาหารน้อยที่สุด แถมมันยังรสชาติโคตรสุดยอดอีกด้วย สิ่งมหัศจรรย์นั้นคืออ๊คจา สัตว์ประหลาดที่เติบโตขึ้นมาภายใต้การเลี้ยงดูของชาวนาคนหนึ่งในประเทศเกาหลีใต้ ที่ซึ่งมันจะทำให้เราได้พบกับหนูน้อย “มิจา” (อันซอฮยอน) เด็กสาวผู้ผูกพันกับอ๊คจา เธอต้องเริ่มออกเดินทางเพื่อภารกิจปกป้องเพื่อนรักของเธอ เมื่อมิแรนโด้ คอร์ป เกิดอยากจะครอบครองสัตว์ประหลาดยักษ์ตัวนี้ขึ้นมา ระหว่างทางมิจาจะได้พบกับ 2 สัตว์นักกิจกรรมด้วย
โอคจา สัตว์ล้ำค่าที่ถูกเลี้ยงดูอย่างลับ ๆ กลายเป็นชนวนให้ความสัมพันธ์ของคนรอบข้างสั่นคลอน เมื่อเด็กสาวที่ผูกพันกับเธอพยายามรักษา “บางสิ่ง” ที่มากกว่าสัตว์ในกรง ทั้งคู่ต้องเผชิญแรงกดทับจากอำนาจที่มองชีวิตเป็นเพียงทรัพยากร ความขัดแย้งจึงขยายจากความรักส่วนตัวไปสู่คำถามใหญ่เรื่องศีลธรรมและผลประโยชน์ที่มนุษย์สร้างขึ้น
เรื่องเริ่มจากการพบโอคจาในพื้นที่ควบคุมที่ทุกอย่างถูกกำหนดด้วยกฎของผู้มีอำนาจ เด็กสาวผู้ได้ใช้ชีวิตร่วมกับโอคจากลายเป็นคนเดียวที่พยายามมองเธอด้วยสายตาของ “ตัวตน” ไม่ใช่ “ของทดลอง” ขณะที่วันเวลาผ่านไป เธอรู้ว่าโอคจากำลังถูกจับตามองเพื่อเป้าหมายบางอย่างที่ไม่อาจคาดเดาได้ เมื่อความเสี่ยงเริ่มใกล้เข้ามา ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กสาวกับโอคจากลายเป็นแรงผลักให้เธอฝ่ากำแพงต่าง ๆ ที่ทั้งกดทับและลวงให้เชื่อว่าการยอมแพ้คือหนทางที่ปลอดภัย ระหว่างทางยังมีคนอื่นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ทั้งผู้ที่ทำตามระบบและผู้ที่เชื่อว่าตัวเองกำลังช่วยเหลือ แต่ทุกการตัดสินใจล้วนทิ้งรอยแผลในใจ และทำให้คำถามเรื่อง “ใครคือเจ้าของ” กลายเป็นเรื่องของ “ใครคือมนุษย์” ด้วย
แกนของหนังอยู่ที่การปะทะกันระหว่างความรู้สึกของคนธรรมดากับระบบที่มองทุกชีวิตเป็นตัวเลข ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กสาวกับโอคจาทำให้ความดรามามีแรงจริง ทั้งยังใช้การเล่าแบบกระชับพาไปสู่ความตึงเครียดเป็นระยะ โดยไม่ทิ้งบรรยากาศชวนคิดว่า ความเมตตาอาจเป็นการต่อสู้ที่ยากที่สุดเมื่ออำนาจกำหนดทุกเกมอยู่ฝ่ายเดียว
โอคจา (2017) เล่าเรื่องผ่านอารมณ์ของความผูกพันและการถูกคุกคาม ทำให้ประเด็นเรื่องศีลธรรมและอำนาจไม่รู้สึกเป็นบทเทศนาเกินไป เพราะหนังพาเราเห็นผลกระทบกับคนที่ยังไม่พร้อมจะแข็งแรงพอจะรับมือ แม้บางช่วงจะมีความหนักและชวนสะเทือนใจ แต่ก็ช่วยขับให้ธีมหลักชัดขึ้น เหมาะกับคนที่ชอบหนังแนวตั้งคำถามเรื่องความเมตตาและความหมายของ “สิ่งมีชีวิต” มากกว่าความสนุกแบบเบา ๆ




