เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Office (2015) พนักงานดีเดือด
ชื่ออังกฤษ: Office
ชื่อไทย: พนักงานดีเดือด
ปีที่ออกฉาย: 2015
ว่าด้วยเรื่องราวของ คิมบยองกุก (แบซองวู) เป็นพนักงานฝ่ายขายระดับหัวหน้างาน เขาแทบจะอุทิศทุกอย่างในชีวิตมอบให้กับงาน จนกระทั่งวันหนึ่งความเครียดที่สะสมจากที่ทำงาน ทำให้เขาลงมือฆาตกรรมคนในครอบครัวอย่างเหี้ยม ก่อนจะกลับเข้ามาในที่ทำงานในกลางดึกคืนนั้น และจากนั้นเป็นต้นมา คิมก็ไม่กลับออกมาจากสำนักงานอีกเลย สร้างความตื่นตระหนกให้ทุกชีวิตในออฟฟิศแห่งนี้เป็นอย่างมาก และระหว่างที่ตำรวจตามหาคิมนั้น พนักงานในบริษัทได้ทยอยตายกันไปทีละคนๆ อย่างโหดเหี้ยม! -Movie Review : Now Showing – Office “พนักงานดีเดือด” 9/10 คือแบบหนังดีแต่รอบน้อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆ จ้องรอบทุกวันเลยกว่าจะได้รอบที่ไปดูได้ เมื่อวานไปดูถึงเอสพลานาด รอบ 2 ทุ่ม วันนี้ก้อมีนะ รอบ 2 ทุ่ม คิดว่าพุธนี้ 9 มีนาคม น่าจะออกหมดทุกโรง เสียดายหนังดีสนุกแต่ไม่ค่อยเข้าโรง หนังโหด กดดันในหลายๆเรื่อง เหมาะกับคนทำงานออฟฟิศจริงๆ กับคนที่ทำงานน่าจะเจอกับเหตุการณ์ความกดดันที่ทำงานทั่วไป เพื่อนร่วมงานขี้เม้า การชิงดีชิงเด่น หึหึ สำหรับเรื่องนี้แล้ว มีข้อให้ชวนคิดหลายข้อ มีหลายแง่มุม การทำงานร่วมกับคนหมู่มาก ต้องการมีการปรับตัว เพื่อให้มีที่ยืนในสังคม หนังเรื่องนี้ได้อธิบายเกี่ยวกับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด จุดพีคคือ หนังมีฉากความรุนแรงหลายฉาก คนขวัญอ่อนไม่แนะนำให้ไปดูนะคะ เดี๋ยวจะกรี๊ดโรงแตก หนังดีนะ อยากให้ทุกคนไปดู ทั้งด้านเลือดสาด ทั้งด้านจิตวิทยา จิตใจคน จิตอ่อน จิตแข็ง เรื่องความกดดันทางสังคม เอาดีๆ เรื่องความเฮี้ยน หรือฉากที่ทำให้ตกใจ หนังเกาหลีเรื่องนี้ ถือว่าสอบผ่านนะ ชอบมากๆ ดูกันๆๆๆ หนังแบบนี้ไม่ค่อยมีมาให้ดูบ่อยๆ มีโอกาส ไปดูกันนะ ย้ำอีกครั้งหนังดีอะ ชอบบบบบบบบบบบบ ถ้าไม่แน่ใจว่า
ในออฟฟิศที่ทุกคนต้องเล่นตามกติกาและรักษาหน้าตา “พนักงานดีเดือด” เล่าเรื่องทีมงานที่ทั้งทำงานหนักและพยายามเอาตัวรอดจากแรงกดดันรอบด้าน ความสัมพันธ์ในที่ทำงานดูเหมือนราบรื่น แต่เมื่อผลประโยชน์ ความเข้าใจผิด และอคติเริ่มปะทุ การคุยกันธรรมดาก็อาจกลายเป็นความขัดแย้งที่ลึกกว่าเดิม ทุกคนต้องตัดสินใจว่า จะยอมให้ระบบกลืนกิน หรือจะยืนหยัดด้วยแบบของตัวเอง
เรื่องเริ่มจากชีวิตประจำวันในออฟฟิศที่เต็มไปด้วยบทบาท—คนหนึ่งตั้งใจทำงานตามมาตรฐาน อีกคนชำนาญการเอาตัวรอดด้วยเสน่ห์และจังหวะจิตวิทยา ขณะเดียวกันหัวหน้าหรือผู้มีอำนาจก็ส่งสัญญาณแบบคลุมเครือ จนพนักงานต้องเดาว่า “ควรทำอย่างไร” มากกว่าจะได้รับคำตอบตรงๆ ความตึงเครียดเริ่มชัดขึ้นเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงงาน การประเมิน และการสื่อสารที่บิดเบี้ยว ทำให้ความไว้วางใจสั่นคลอน และความผิดพลาดเล็กๆ ถูกขยายจนกลายเป็นเรื่องใหญ่ คนในทีมเริ่มจับกลุ่ม คอยมองอีกฝ่าย และใช้เหตุผลคนละแบบเพื่อปกป้องตัวเอง ทว่าท่ามกลางสงครามวาทกรรม ก็มีช่วงเวลาที่เผยให้เห็นบาดแผลและแรงปรารถนาเบื้องหลังการ “เป็นพนักงานที่ดี” ของแต่ละคน
หนัง/เรื่องนี้เด่นที่การมองออฟฟิศเป็นสนามอารมณ์ ไม่ใช่แค่สถานที่ทำงาน มุกและความกดดันเดินคู่กัน ทำให้ความตลกร้ายจากการเมืองในองค์กรยังพาไปสู่คำถามจริงจังเรื่องศักดิ์ศรี ความสัมพันธ์ และขอบเขตของความอดทน นอกจากนี้จังหวะการปะทะผ่านบทพูดทำให้เราสัมผัสแรงผลักดันของตัวละครได้ชัด โดยไม่ต้องพึ่งการขยายเหตุการณ์ให้สุดโต่ง
พนักงานดีเดือดเป็นเรื่องที่ทำให้เรื่องงานกลายเป็นเรื่องคนได้อย่างคม เพราะไม่เพียงเล่า “สิ่งที่เกิดขึ้น” ในออฟฟิศ แต่ยังชี้ว่าใครเป็นคนกำหนดกติกาในใจของคนอื่น การเดินเรื่องค่อนข้างอาศัยแรงปะทะทางความคิดและบทพูด ทำให้ผู้ชมที่ชอบมุมมองเรื่องการทำงานและความสัมพันธ์จะอินง่าย อย่างไรก็ตามบางช่วงอาจรู้สึกว่าความตึงเครียดสะสมหนักพอสมควรสำหรับคนที่ต้องการความสบายใจล้วนๆ




