เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Oblivion (2013) อุบัติการณ์โลกลืม
ชื่ออังกฤษ: Oblivion
ชื่อไทย: อุบัติการณ์โลกลืม
ปีที่ออกฉาย: 2013
หนังแนวแอ็คชั่นผจญภัยเรื่องใหม่ของนักแสดงหนุ่มมากฝีมือ ทอม ครูซ ในหนังเรื่อง Oblivion ออบลิเวียน อุบัติการณ์โลกลืม ทอม ครูซ ที่ได้รับบทเป็นนักบินอีกครั้ง มาร่วมเปิดโลกไซไฟผจญภัยกับผู้กำกับจาก ทรอน เลกาซี่ นี่คือโปรเจคท์ใหม่ฟอร์มยักษ์ของภาพยนตร์ไซไฟ-ผจญภัยในโลกอนาคตน่าตื่นตาตื่นใจ ออบลิเวียน อุบัติการณ์โลกลืม Oblivion เราจะได้เห็นเทคโนโลยีก้าวล้ำไปไกลเกินกว่าเราจะจดจำได้ การเผชิญหน้ากับอดีตของชายคนหนึ่งจะนำเขาสู่การเดินทางเพื่อไถ่บาปและการค้นพบขณะที่เขาต่อสู้เพื่อปกป้องมนุษยชาติ แจ็ค ฮาร์เปอร์ (ทอม ครูซ) เป็นหนึ่งในช่างซ่อมเครื่องบินไร้คนขับกลุ่มสุดท้ายที่ประจำการอยู่บนโลก ในฐานะส่วนหนึ่งของปฏิบัติการสำคัญในการเก็บทรัพยากรสำคัญหลังสงครามหลายทศวรรษกับภัยคุกคามที่น่าสะพรึงกลัวในนามของ “สแคฟส์” ภารกิจของแจ็คเกือบจะเสร็จสมบูรณ์แล้ว หลังจากใช้ชีวิตและลาดตระเวนท่ามกลางฟากฟ้าที่งดงามเหนือพื้นดินหลายพันฟุต ชีวิตเหินเวหาของเขาต้องพังพินาศ เมื่อเขาช่วยเหลือสาวสวยแปลกหน้าจากยานอวกาศที่ร่อนลงฉุกเฉิน การมาถึงของเธอกระตุ้นให้เกิดเหตุการณ์ต่อเนื่องที่บีบให้เขาต้องตั้งคำถามกับทุกสิ่งที่เขารู้และทำให้ชะตากรรมของมนุษยชาติอยู่ในกำมือของเขา ออบลิเวียน อุบัติการณ์โลกลืม Oblivion จะถ่ายทำแบบดิจิตอลด้วยความละเอียดสูงสุดระดับ 4K ในโลเกชันถ่ายทำทั่วอเมริกาและไอซ์แลนด์
หลังเหตุพังทลายครั้งใหญ่ โลกเหลือสภาพร้างและอาณาเขตที่อันตรายเกินจะเข้าใกล้ ชายผู้ได้รับภารกิจต้องตรวจสอบสัญญาณและหาข้อมูลให้ทันเวลา ทว่าทุกอย่างเริ่มไม่ตรงกับสิ่งที่เขาเชื่อ ความจริงที่ซ่อนอยู่ทำให้ภารกิจกลายเป็นการตั้งคำถามถึงตัวตนและเหตุผลของการมีอยู่—ในโลกที่เหมือนกำลังถูก “ลืม” ทีละชิ้น
ในภาวะที่การเดินทางเป็นเรื่องเสี่ยงและสัญญาณทุกอย่างถูกเฝ้าระวัง เขาได้รับคำสั่งให้เข้าไปยังพื้นที่ต้องห้ามเพื่อตามร่องรอยที่บอกว่าอาจยังมีบางอย่างหลงเหลืออยู่ ระหว่างทำงาน เขาพบหลักฐานแปลกประหลาดที่ชี้ว่าความผิดปกติไม่ได้เป็นแค่ภัยธรรมดา แต่เป็นระบบความจริงที่กำลังสึกกร่อน เมื่อต้องตัดสินใจภายใต้ข้อจำกัดและคำสั่งที่ไม่อาจเชื่อได้ เขาเริ่มเห็นเงาของ “เหตุผล” ที่ใหญ่กว่าความอยู่รอด และยิ่งเข้าใกล้คำตอบเท่าไร สิ่งที่เขาจำได้ก็ยิ่งสั่นคลอนมากเท่านั้น ทั้งความเป็นไปได้เรื่องการกอบกู้และการตัดสินใจเสี่ยงตายจึงเดินเคียงคู่กับคำถามว่า ใครกันแน่ที่เป็นคนกำหนดว่าโลกควรจะจำอะไร
บรรยากาศหม่นแบบไซไฟที่ทำให้ความเงียบกลายเป็นแรงกดดันตลอดเรื่อง การเล่าเดินด้วยความสงสัยมากกว่าคำตอบทันที และใช้รายละเอียดเล็กๆ ชวนให้ผู้ชมค่อยๆ ประกอบภาพว่า “การลืม” อาจไม่ใช่แค่สภาวะ แต่เป็นกลไกของโลกที่ขัดขืนเหตุผลมนุษย์
Oblivion (2013) อุบัติการณ์โลกลืม เลือกเล่าเรื่องด้วยบรรยากาศและปริศนาที่ทยอยเปิด ไม่ได้พาไปกระชากอารมณ์แบบเร็วๆ แต่ใช้ความหม่นและความคลุมเครือทำให้ผู้ชมรู้สึกว่าทุกก้าวคือการเสี่ยงต่อความจริง เนื้อเรื่องเดินไปพร้อมคำถามเรื่องความทรงจำและเหตุผลของการมีอยู่ ซึ่งสำหรับคนที่ชอบไซไฟเชิงคิดและบรรยากาศหนักๆ จะได้อารมณ์ร่วมมากกว่าคนที่ต้องการความชัดเจนตั้งแต่ต้น




