เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง My Annoying Brother (2016)
- ชื่ออังกฤษ: My Annoying Brother
- ปีที่ออกฉาย: 2016
Doo-Sik (Jo Jung-suk) “My Annoying Brother” ถูกคุมขังจากคุกเนื่องจากญาติที่กระตือรือร้นของเขา (Do Kyung-Soo) Doo-Young Doo-Young เป็นผู้เข้าแข่งขันยูโดที่มีแนวโน้ม 15 ปีต่อมา Doo-Sik (Jo Jung-suk) ก็ปรากฏตัวต่อหน้า Doo-Young
อย่างกะทันหันและพวกเขาก็เริ่มใช้ชีวิตแยกกัน Doo-Young ถูกดึงดูดด้วยเหตุการณ์ก่อนที่จะให้การรับรองสำหรับการชุมนุมสาธารณะ
ผู้แข่งขันยูโดในที่สาธารณะ Doo-energetic (Do Kyung-soo) ทำร้ายประสาทตาของเขาในระหว่างเหตุการณ์โดยรวมและสูญเสียการมองเห็นไปชั่วนิรันดร์ ดูซิก (โจจองซุก) ญาติที่ใกล้ชิดกว่าของเขาซึ่งถูกดูหมิ่นจากดูมีพลัง
ใช้ประโยชน์จากวิกฤตที่น่าประหลาดใจของญาติของเขาเพื่อถูกคุมขังจากเรือนจำ สำหรับ Doo-energetic ที่สูญเสียคนของเขาไปในเหตุการณ์ในวัยเด็กและคาดว่าจะต่อสู้เพื่อตัวเองจากนี้ไป ข้อมูลเกี่ยวกับการกลับมาของ Doo-shik
นั้นเป็นภาระที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เขาแทบจะไม่ปรับตัวกับสภาพร่างกายที่ตอนนี้เขาพิการไปตลอดชีวิต แต่เขาจำเป็นต้องจัดการกับญาติผู้หลอกลวงของเขา แม้จะลังเลอยู่เรื่อยๆ ดูยองก็ค่อยๆ คลายความกังวลให้กับญาติที่พร้อมมากขึ้น ซึ่งค่อยๆ
ยอมรับความรับผิดชอบและช่วยให้เขาปรับตัวเข้ากับความไร้อำนาจของเขา เมื่อญาติทั้งสองเริ่มเสนอการชำระหนี้ ดูซิกพบว่าเขากำลังป่วยหนักถึงขั้นสุดท้าย เมื่อเร็ว ๆ นี้เขามีเวลาสั้น ๆ
ในการอำลาญาติของเขาและช่วยเขาคว้าเหรียญทองที่ริโอพาราลิมปิกซึ่งจะได้รับอนาคตของเขา
เมื่อ “พี่ชาย” ที่ไม่ค่อยจะฟังเหตุผลเข้าสู่ชีวิต “น้องชาย” อย่างไม่ตั้งใจ ชีวิตสงบๆ ก็กลายเป็นสนามรบเล็กๆ ทุกวัน ทั้งคู่ไม่ได้มีคำอธิบายที่ดีนักต่อกัน แต่กลับต้องพึ่งพากันเพราะปัญหาที่ถาโถมมาหนักกว่าแรงจะหนีไหว ระหว่างความเข้าใจผิด การปะทะ และความทุ่มเทแบบไม่รู้ตัว เรื่องเล็กๆ ค่อยๆ พาไปสู่การมองกันใหม่ในแบบที่ทั้งคู่ไม่เคยคิดว่าจะทำได้
น้องชายพยายามวางชีวิตให้เป็นระบบ แต่การปรากฏตัวของพี่ชายทำให้ทุกอย่างสะดุดตั้งแต่วันแรก ความคิดคนละทิศทำให้ทั้งคู่เถียงกันได้ง่ายกว่าหายใจ และยิ่งพยายามคุมสถานการณ์กลับยิ่งลุกลามเป็นเรื่องตลกปนปวดหัว ไม่ว่าจะเป็นการยื้อเวลาจัดการปัญหาเฉพาะหน้า หรือการพยายามปกปิดความจริงที่อีกฝ่ายจับได้อยู่แล้ว ในขณะที่ความวุ่นวายพาให้ความสัมพันธ์ตึงขึ้น น้องชายเริ่มเห็นว่าพี่ชายไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย แต่อาจไม่รู้วิธีแสดงออกให้ถูกทาง ส่วนพี่ชายเองก็เริ่มถูกบังคับให้เผชิญผลลัพธ์ของการตัดสินใจโดยสัญชาตญาณ ทั้งคู่จึงค่อยๆ เรียนรู้ที่จะสื่อสารกันมากกว่าต่างคนต่างเอาชนะ กระทั่งความจำเป็นบางอย่างทำให้ต้องเลือกกันว่าจะยืนข้างกัน หรือปล่อยให้ความหงุดหงิดพาไปไกลเกินแก้
ความสนุกอยู่ที่จังหวะปะทะแบบพี่น้องที่ดูเหมือนไม่เข้ากันแต่เจาะประเด็นความสัมพันธ์ได้แหลมคม ตัวหนังสือให้พื้นที่กับอารมณ์เสียที่เกิดจากความเข้าใจผิด ก่อนจะคลี่ให้เห็นด้านที่อ่อนกว่าของตัวละคร และแม้จะเป็นเรื่องวุ่นๆ แต่แกนกลางกลับชัดเจนว่ามันคือการเรียนรู้ว่าจะ “อยู่ด้วยกันยังไง” มากกว่าการหาคนผิด
My Annoying Brother (2016) ทำงานได้ดีเมื่อจับความสัมพันธ์พังๆ มาผสมกับความตลกโดยไม่ทำให้แกนใจหายไป จุดที่น่าติดตามคือการที่ปัญหาค่อยๆ ทวีความวุ่นวายจากการสื่อสารผิดๆ มากกว่าการใช้เหตุสุดประหลาด จึงดู “ใกล้ตัว” และเข้าถึงง่าย อย่างไรก็ตาม อารมณ์ขันและความขัดแย้งที่ถี่อาจทำให้บางคนรู้สึกเหนื่อยได้เล็กน้อย แต่ถ้าชอบหนังที่ให้ความสำคัญกับพลวัตของพี่น้องและการเรียนรู้กันผ่านสถานการณ์บีบๆ จะคุ้มกับเวลาที่เสียไป




