เสียง : ไทย
เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Mr. Harrigan’s Phone (2022) โทรศัพท์คนตาย
- ชื่ออังกฤษ: Mr. Harrigan’s Phone
- ชื่อไทย: โทรศัพท์คนตาย
- ปีที่ออกฉาย: 2022
ก่อนฝังศพ วัยรุ่นที่ผูกมิตรและช่วยเหลือนายแฮร์ริแกนด้วยงานแปลกๆ “Mr. Harrigan’s Phone” ได้นำสมาร์ทโฟนของเขาไปไว้ในกระเป๋าเสื้อของเขาเมื่อเขาเสียชีวิต
วัยรุ่นคนเดียวรู้สึกประหลาดใจที่ได้รับข้อความตอบกลับเมื่อเขาส่งข้อความถึงเพื่อนที่เสียชีวิตของเขา
เครก เด็กชายจากเมืองเล็กๆ “โทรศัพท์คนตาย” ได้พบกับมิสเตอร์แฮร์ริแกน มหาเศรษฐีเอกชนที่แก่กว่าเขา เด็กชายและชายคนนั้นผูกสัมพันธ์กันระหว่างหนังสือและไอโฟน แต่เมื่อชายคนนั้นเสียชีวิต เด็กชายก็พบว่าไม่ใช่ทุกสิ่งที่ตายไปแล้ว และเขาสามารถใช้
iPhone ที่ฝังไว้กับเขาเพื่อพูดคุยกับเพื่อนของเขาจากหลุมศพได้
เมื่อชายวัยชราผู้มั่งคั่งทิ้งความเชื่อมโยงบางอย่างไว้กับโทรศัพท์เครื่องหนึ่ง ชายหนุ่มที่เป็นเด็กส่งของกลับกลายเป็นคนที่ได้ยินเสียงจากอดีตที่ไม่ควรกลับมา เรื่องเริ่มต้นจากความสงสัยเล็กๆ และค่อยๆ ลากความรัก ความโกรธ และความผิดพลาดเก่ากลับมาทดสอบใจ จนเส้นระหว่างความจริงกับสิ่งเหนือธรรมชาติเริ่มเลือนลาง และทุกการรับสายมีผลกระทบเกินกว่าจะคาดเดาได้
หลังการจากไปของผู้เป็นเจ้าของโทรศัพท์ โทรศัพท์เครื่องเดิมยังคงทำงานต่อไปในแบบที่คนทั่วไปอธิบายไม่ได้ ชายหนุ่มผู้มีความผูกพันกับเขาเริ่มติดต่อกลับไปด้วยเหตุผลต่างกัน ตั้งแต่ความอยากรู้ไปจนถึงการแสวงหาการแก้ไขในสิ่งที่ค้างคา เมื่อความลับถูกปลดล็อกทีละน้อย เขาพบว่าคำพูดเดิมๆ และสัญญาที่เคยให้ไว้อาจมีราคามากกว่าที่คิด ขณะเดียวกันความกังวลของคนรอบข้างและแรงกดดันในชีวิตจริงทำให้สถานการณ์ตึงขึ้น เขายิ่งพยายามควบคุมสิ่งที่เกิดขึ้นเท่าไร ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างกำหนดขอบเขตของเขาอยู่ตลอดเวลา
จุดขายอยู่ที่บรรยากาศกดดันแบบค่อยเป็นค่อยไป—จากของเล่นลึกลับกลายเป็นสายที่ทำให้คนดูเริ่มระแวงทุกคำตอบ ภาพรวมเล่าเรื่องด้วยจังหวะที่คุมอารมณ์ได้ดี ระหว่างความคิดถึงกับความหวาดกลัว และยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครให้เป็นแกนหลักของความหลอน ไม่ใช่แค่เรื่องเหนือธรรมชาติที่มาเพื่อให้ตกใจ
Mr. Harrigan’s Phone (2022) โทรศัพท์คนตาย ทำงานได้เด่นตรงการค่อยๆ ปลูกความไม่สบายใจให้ผู้ชม ก่อนจะขยับไปสู่เรื่องของความผูกพันและผลลัพธ์ที่ตามมา แม้แกนเรื่องจะอยู่กับโทรศัพท์และปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องน่าติดตามคือแรงกดดันทางอารมณ์และความรู้สึกผิดที่ไล่กดตัวละครให้ถอยไม่พ้น หากคุณชอบหนังที่หลอนแบบค่อยๆ คลี่ความสัมพันธ์มากกว่าหลอนด้วยจัมพ์สแคร์ เรื่องนี้น่าจะตอบโจทย์




