เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Mother’s Day (2016) แม่ก็คือแม่ .. จบนะ
เรื่องย่อ : Mother’s Day แม่ก็คือแม่ .. จบนะ เรื่องราวโรแมนติก-คอเมดี้ครั้งใหม่ ที่จะมาพาทุกคนไปอบอุ่นหัวใจพร้อมกัน ผลงานการกำกับโดย แกรี่ มาร์แชล จาก “Pretty Woman” พบกับความรักหลากรูปแบบของ “แม่” ที่จะพาคุณไปสู่เสียงหัวเราะ น้ำตา
และเข้าใจในความหมายของความรักที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกใบนี้ จากเรื่องราวของคน 5 คนอย่าง แซนดี้ (เจนนิเฟอร์ อนิสตัน) คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องเลี้ยงสองลูกชายสุดป่วน เพราะสามีแต่งงานใหม่กับสาววัยรุ่นสุดเซ็กซี่ แบรดลี่ย์ (เจสัน ซูเดคิส)
คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ต้องทำหน้าที่เป็นแมด้วยตัวเอง เจสซี่ (เคท ฮัดสัน) สาวแกร่งที่ไม่ได้พบหน้าหรือพูดคัยกับพ่อแม่มาหลายปี มิแรนด้า (จูเลีย โรเบิร์ต) สาวเก่งเจ้าของธุรกิจโฮมช็อปปิ้งยักษ์ใหญ่ ที่ตัดสินใจว่าจะไม่มีลูกไปตลอดชีวิต และคริสติน
(บริท โรเบิร์ตสัน) หญิงสาวกำพร้าที่ไม่เคยได้พบพ่อแม่ที่แท้จริงของตัวเอง โชคชะตาจะพาทั้ง 5 เรื่องราวมาเกี่ยวพันกัน ก่อเกิดเป็นภาพยนตร์โรแมนติก-คอเมดี้สุดอบอุ่นที่จะพาให้ทุกคนยิ้มไม่หุบไปพร้อมๆ กัน Mother’s Day แม่ก็คือแม่ #จบนะ เข้าฉาย 5
พฤษภาคม 2559 ในโรงภาพยนตร์
ภาพยนตร์ว่าด้วยวันแม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงคำอวยพร แต่เป็นพื้นที่ของคนในครอบครัวที่ต้องเผชิญความรัก ความผิดพลาด และสิ่งที่ไม่เคยพูดออกมา เรื่องราวโยงกันด้วยความคาดหวังต่อ “แม่” ในหลายมุม ทั้งความหมายของการดูแล การถูกทอดทิ้ง และการยอมรับความจริงที่ค้างคาใจ ขณะที่ตัวละครพยายามก้าวผ่านวันสำคัญนี้ ทุกคนกลับได้เรียนรู้ว่า ความรู้สึกบางอย่างไม่ได้จบแค่เพราะมีวันพิเศษมารองรับ
ตลอด “Mother’s Day (2016) แม่ก็คือแม่ .. จบนะ” เหตุการณ์ในวันแม่ค่อยๆ เปิดชั้นความสัมพันธ์ที่ต่างคนต่างคิดว่า “ทำดีที่สุดแล้ว” บางคนพยายามชดเชยความห่างเหินด้วยการกระทำเล็กๆ แต่สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจริงอาจไม่ใช่คำขอโทษที่พูดได้ง่าย ความทรงจำเก่าๆ ถูกดึงขึ้นมาเมื่อสถานการณ์บีบให้ต้องเลือกว่าจะจริงใจกับความรู้สึก หรือจะยังคงปกป้องภาพตัวเองจากความเสียใจ
เรื่องราวสลับมุมมองตามคนในครอบครัว แต่แกนกลางไม่ใช่แค่การจัดโต๊ะอาหารหรือพิธีการวันแม่เท่านั้น มันคือการสื่อสารที่ล่าช้า การตัดสินใจที่พลาด และความผูกพันที่ยังส่งเสียงอยู่ในใจ แม้จะไม่ค่อยมีใครยอมรับว่าตัวเองเจ็บอยู่ แล้วเมื่อความจริงค่อยๆ คลี่ออก ตัวละครต้องรับมือกับคำถามว่า “แม่” คือคนที่ให้ชีวิต หรือคือภาระที่ทับถมกันแน่ และความรักจะพอไหมเมื่อความเข้าใจไม่เคยตรงกัน
จุดแข็งอยู่ที่การทำให้ “วันแม่” เป็นเรื่องของอารมณ์และความสัมพันธ์ ไม่ใช่แค่ธีมเฉลิมฉลอง หนังชวนให้จับรายละเอียดการสื่อสารผิดทาง เช่น สิ่งที่พูดไม่หมด สิ่งที่คิดว่าดีแล้วแต่กลับยิ่งทำให้เจ็บ และการที่ความทรงจำเก่าแทรกเข้ามาในเวลาที่ทุกคนคาดหวังความสุข
อีกแรงคือจังหวะการเล่าเรื่องที่โยงความรู้สึกของตัวละครต่างฝั่ง โดยยังรักษาความเป็นส่วนตัวของแต่ละคน ทำให้คนดูรู้สึกเหมือนได้อยู่ในบทสนทนาและความเงียบของครอบครัวจริงๆ
ถ้าคุณอยากดูหนังที่ใช้วันแม่เป็นประเด็นเพื่อสำรวจความสัมพันธ์มากกว่าการทำให้ทุกอย่างราบรื่น เรื่องนี้จะเข้าทางพอดี ภาพรวมเดินด้วยอารมณ์ที่ค่อยๆ เพิ่มแรงกดดันให้คนดูมองความสัมพันธ์ในบ้านของตัวเอง ทั้งด้านที่เราภาคภูมิใจและด้านที่หลบเลี่ยง
ข้อควรทราบคือโทนหนังค่อนข้างพาไปทางความขัดแย้งและความรู้สึกค้างคา ไม่ได้เบาสบายตลอดเรื่อง ดังนั้นถ้าคาดหวังความสุขแบบเทศกาลล้วนๆ อาจไม่ใช่แนวที่คุณจะได้เต็มอิ่ม แต่ถ้าชอบหนังที่ทำให้คิดต่อหลังจบ มันจะพาคุณไปได้ไกล




