เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Mistress America (2015) มีซ-ทเร็ซ อเมริกา
เรื่องย่อ : Mistress America มีซ-ทเร็ซ อเมริกา
Tracy อุตส่าห์ได้มาร่ำเรียนในมหาวิทยาลัยที่นิวยอร์ก แต่ชีวิตไม่ได้กิ๊บเก๋อย่างที่ควรจะเป็นเลย เธอไม่มีเพื่อน ไม่มีแฟน เข้ากับใครก็ไม่ได้ จน Tracy สรุปชีวิตตัวเองในเทอมแรกว่า “เคยอยู่ในงานปาร์ตี้ที่ไม่รู้จักใครเลยไหม นั่นแหละสิ่งที่ฉันรู้สึกตลอดเวลา” แต่ Mistress America สร้างความยุ่งเหยิงให้ตัวละครเข้าไปอีก เมื่อแม่ของ Tracy กำลังจะแต่งงานใหม่ เธอเลยต้องไปทำความรู้จักกับ Brooke (รับบทโดย Greta Gerwig) สาววัยสามสิบซึ่งเป็นลูกสาวของว่าที่พ่อเลี้ยง ในแวบแรกนั้น Brooke ดูเป็นสาวเท่ สุดจะมั่นใจในตัวเอง เข้าสังคมเก่ง มีแฟนแล้ว ทำอาชีพได้สารพัด และกำลังจะเปิดร้านอาหารสุดแนว หลังจากเจอ Brooke ได้แค่ราวสองชั่วโมง Tracy ก็ยึด ‘พี่สาว’ คนนี้เป็นโรลโมเดลทันที!!!
สายสัมพันธ์แบบชั่วคราวและความเข้าใจผิดกลายเป็นจุดเริ่มของการเดินทางในอเมริกาที่เต็มไปด้วยสีสันสำหรับแม่บ้านสาวผู้เผลอเข้ามาพัวพันกับคนกลุ่มหนึ่งซึ่งชีวิตดูจะ “ผิดแผน” จากภาพที่คนทั่วไปคาดหวัง เธอพยายามรักษาขอบเขตของตัวเอง แต่ยิ่งอยู่ใกล้ก็ยิ่งเจอเรื่องที่ทำให้มองความสัมพันธ์ การยอมรับ และการเป็นตัวเองในแบบที่ไม่ต้องพิสูจน์มากนัก
เรื่องเปิดมาด้วยจังหวะตึงๆ ของคนสองฝั่งที่ต่างกันสุดขั้ว—ฝ่ายหนึ่งอยากให้ทุกอย่างอยู่ในกรอบ ส่วนอีกฝ่ายกลับมองชีวิตเหมือนเกมที่ต้องลองให้สุด ผู้เล่าเรื่องพยายามคุมสถานการณ์ด้วยเหตุผลและความระวัง แต่เมื่อการได้ใกล้ชิดกับ “ความสนุก” กลายเป็นเรื่องเลี่ยงไม่ได้ ความสัมพันธ์ก็ค่อยๆ เปลี่ยนจากการทนให้ได้ไปเป็นการรู้สึกว่าอีกคนมีบาดแผลของตัวเองมากกว่าที่พูดออกมา ระหว่างการพูดคุยที่ทั้งตลกและกวนประสาท เหตุการณ์เล็กๆ ทว่าทิ้งรอยไว้กลับทำให้เธอต้องทบทวนว่าเธอกำลังหนีอะไร และอยากได้สิ่งใดจากโลกนี้กันแน่ แม้เรื่องเดินไปด้วยอารมณ์เบาๆ แต่แก่นของมันคือความเปราะบางของวัยและการหาคนที่เข้าใจโดยไม่ต้องแสร้ง
จุดเด่นคือการเล่าเรื่องแบบกระชับที่สลับ “ความสนุก” กับ “ความคม” ได้พอดี ตัวละครมีมุมตลกที่ไม่ได้ทำให้เรื่องเบาจนลืมความจริง และบทสนทนาทำให้เห็นความพยายามของแต่ละคนในการยืนหยัดท่ามกลางความไม่แน่นอน การเติบโตเกิดขึ้นจากสถานการณ์จริงๆ ไม่ใช่คำสอนใหญ่โต
หนังมีแรงขับจากอารมณ์และบทสนทนามากกว่าพล็อตที่ซับซ้อน แต่ความเรียบง่ายนี่แหละทำให้แก่นของการเติบโตชัดขึ้น ใครชอบงานที่ใช้อารมณ์ขันเป็นสะพานไปสู่ประเด็นจริงๆ จะเข้าทาง แม้บางช่วงจะรู้สึกเหมือนเดินตามความรู้สึกมากกว่าการอธิบายเหตุผลทั้งหมด แต่สำหรับคนดูที่เปิดใจ หนังจะให้ “ความเข้าใจ” มากกว่าคำตอบ




