เรื่องย่อ+ข้อมูลหนัง Miles Ahead (2015) ดอน ชีเดล ไมล์ส เดวิส
Miles Ahead (2015) ดอน ชีเดล ไมล์ส เดวิส
ภาพยนตร์ชีวประวัติของที่สุดนักดนตรีแจ๊ส ของอเมริกา”ไมล์สเดวิส” ตำนานแห่งวงการแจ๊สการเล่นทรัมเป็ตและการแต่งเพลงอันเป็นเลิศได้รับเลือกฉายรอบพรีเมียร์ที่เทศกาลหนังเบอร์ลินและได้ถูกกล่าวถึงอย่างมากมาย เล่าถึงชีวิตของ “ไมล์ส เดวิส”
ตั้งแต่ที่เขายังไม่เป็นที่รู้จัก จนกระทั่งผลักดันตัวเองให้กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ในวงการเพลง เกียรติยศ ชื่อเสียง ความรัก รวมถึงบางแง่มุมที่คุณอาจไม่เคยรู้เกี่ยวกับตำนานแจ๊สคนนี้มาก่อน ทั้งการติดยาเสพติดงอมแงม ก่อเหตุร้าย
และแต่งตัวราวกับเคยเป็นพระราชาสุดฮิปถูกถอดจากบัลลังก์ก่อนที่เขาจะบอกลาโลกใบนี้ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับในเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1991 โดยภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ “ดอน ชีเดิ้ล” (Don Cheadle) ที่เคยมีผลงานที่ผ่านมามากมาย อาทิ Hotel Rwanda, Iron Man,
Avengers: Age of Ultron และ Captain America: Civil War ซึ่งเขารับบทบาททั้งนักแสดงนำ กำกับการแสดง โปรดิวเซอร์ และร่วมเขียนบทเองอีกด้วย นอกจากนั้นหนังยังได้หนึ่งในสุดยอดนักแสดงอย่าง “ยวน แม็คเกรเกอร์” (Ewan McGregor) จาก Salmon Fishing in the
Yemen, Star Wars: The Force Awakens, A Million Ways to Die in the West และ Jane Got a Gun มาร่วมแสดงด้วย ในบทผู้สื่อข่าวของนิตยสาร Rolling Stone เรียกได้ว่าเป็นภาพยนตร์อีกหนึ่งเรื่องที่คนดนตรีห้ามพลาดโดยเด็ดขาดสำหรับ “Miles Ahead” ดอน ชีเดล
ไมล์ส เดวิส
Miles Ahead ดอน ชีเดล รับบทนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิต ขณะที่เขากำลังรับมือกับอดีตที่รุมเร้าและแรงกดดันจากคนรอบตัว เรื่องราวค่อย ๆ เปิดเผยผ่านความทรงจำ บาดแผล และจังหวะที่เหมือนจะพาดพิงถึง “ความจริงของตนเอง” มากกว่าการเล่าแบบตรงไปตรงมา
หลังจากชีวิตของไมล์สสะดุดลง นักดนตรีคนเก่งพยายามหาทางกลับมาจัดวางชีวิตใหม่ให้ได้ เขาปะทะกับความคาดหวังที่ผู้อื่นมีต่อเขา รวมถึงความสับสนที่เกิดจากคำพูดและตำนานที่ลอยอยู่รอบตัว ในขณะที่เขายังมีภารกิจเรื่องดนตรีอยู่ เรื่องเล่าก็สลับไปมาระหว่างสิ่งที่เขาเคยเป็นและสิ่งที่เขากำลังเผชิญ จนความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนมั่นคงกลับเริ่มสั่นคลอน เสียงดนตรีทำหน้าที่เป็นทั้งสะพานและเกราะบังความรู้สึก ขณะเดียวกันการตัดสินใจแต่ละอย่างก็เผยให้เห็นว่าความพยายามจะ “สร้างผลงาน” อาจพ่วงมาด้วยการพยายาม “กำหนดตัวตน” ด้วยเช่นกัน
จุดแข็งอยู่ที่วิธีเล่าแบบกึ่งความทรงจำ กึ่งการตั้งคำถาม ทำให้ผู้ชมรู้สึกว่ากำลังไล่ตามอารมณ์และเงาอดีตมากกว่าตามไทม์ไลน์ประวัติศาสตร์ ดนตรีถูกใช้เป็นภาษาหลักของอารมณ์ และความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครทำให้เรื่องไม่ไหลไปตามเส้นตรงอย่างที่คาด
Miles Ahead เป็นงานที่ยอมให้เรื่องไม่เรียบ และเลือกเดินด้วยอารมณ์มากกว่าความตรงของข้อเท็จจริงสำหรับผู้ชมที่ต้องการชีวประวัติแบบไทม์ไลน์ชัดเจนอาจต้องใช้เวลาปรับจังหวะ แต่ถ้าคุณชอบหนังที่ใช้ดนตรีและความทรงจำเป็นเครื่องมือเล่าเรื่อง มันจะพาคุณไปสัมผัสความคิดของศิลปินผ่านความคลุมเครือที่ตั้งใจ




